ข่าวเศรษฐกิจ » กัลฟ์เผยไม่มีแผนเลื่อนผลิตไอพีพี 5,000 MW

กัลฟ์เผยไม่มีแผนเลื่อนผลิตไอพีพี 5,000 MW

6 ธันวาคม 2017
62   0


กัลฟ์ฯ ยืนยันเดินหน้าลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าไอพีพี 5,000 เมกะวัตต์ ตามสัญญาเข้าระบบ ปี 64-68 แต่จะเลื่อนโรง 2 หรือไม่ ขึ้นอยู่กับ กฟผ.จะเจรจาอย่างไร โดย บริษัทจะเริ่มกู้เงินโครงการแรกปลายปีหน้า คาดต้องกู้รวม 0.8- 1 แสนล้านบาท

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าจนถึงขณะนี้ยังยืนยันการผลิตไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าภาคเอกชน (ไอพีพี )ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (พีพีเอ)กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 5,000 เมกะวัตต์ จำนวน 2 โรงไฟฟ้า เข้าระบบภายในปี 2564-2568 โดยจะเริ่มลงนามสัญญากู้เงินสำหรับโรงแรกในปลายปี 2561 วงเงิน 4-5 หมื่นล้านบาท โดยกู้จากธนาคารทั้งไทยและต่างประเทศ เช่น เจบิก ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี ) ส่วนสัญญาเงินกู้โรงที่ 2 อีก 4-5 หมื่นล้านบาท ก็คงจะเป็นการกู้ในระยะเวลาถัดไป

นายสารัชถ์ยอมรับว่าที่ผ่านมาภาครัฐได้พยายามเจรจาเลื่อนโครงการ โรงที่ 2ออกไปด้วยเหตุผลสำรองไฟฟ้าที่สูง แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่ชัดเจนก็ขึ้นอยู่แผนพัฒนากำลังไฟฟ้าระยะยาว (พีดีพี) ที่รัฐบาลกำลังปรับใหม่ และขึ้นกับ กับ กฟผ.จะเจรจาให้เลื่อนหรือไม่ โดยยอมรับว่า จากทีมีข้อสังเกตเรื่องการลงทุนสายส่งของ กฟผ.เพื่อรองรับโครงการ ทางบริษัทก็ได้มีการเสนอเงื่อนไขที่บริษัทจะลงทุนก่อสร้างสายส่งไปยัง กฟผ. ซึ่งจะมีวงเงิน 1,900 ล้านบาทหรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้ ในขณะเดียวกันจากการที่ภาครัฐส่งเสริมโครงการระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก หรืออีอีซี จึงคาดว่า ความต้องใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มสูงขึ้น และโครงการไอพีพี ของบริษัทก็จะช่วยรองรับความต้องการนี้

ทั้งนี้ หุ้นของกัลฟ์ ได้เทรดเป็นวันแรกในวันนี้(6ธ.ค.)ราคาเปิดที่ 59 บาทจากราคาไอพีโอ 45 บาท เป็นหุ้นที่มีมูลค่าไอพีโอ สูงสุดในรอบ 11 ปีเกือบ 2.4 หมื่นล้านบาท และ มีมาร์เก็ตแคปใหญ่ที่สุดในรอบ 16 ปี มูลค่าเกือบ 9.6 หมื่นล้านบาท โดยกัลฟ์ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน สำหรับการลงทุนในอนาคต โดยปัจจุบันกัลฟ์ เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศ มีโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ที่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วจำนวน 4,772.1 เมกะวัตต์และจะเพิ่มอีก 6,353.6 เมกะวัตต์ในปี 2567

“ในปี2561 โรงไฟฟ้าเอสพีพีจะเข้าระบบอีก 4 โรงกำลังผลิตกว่า 100 เมกะวัตต์/โรง การขยายกำลังผลิตในอนาคต ทางบริษัทศึกษาเรื่องการลงทุนในเพื่อนบ้าน ธุรกิจพลังงานทดแทน และธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับก๊าซ โรงไฟฟ้าก๊าซในประเทศที่ต้องรอดูว่าภาครัฐจะเปิดให้การแข่งขันอย่างไร ในขณะเดียวกันจะปรับปรุงต้นทุนผลิตไฟฟ้าให้ต่ำที่สุด ซึ่งจะเป็นผลดีต่อค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนการผลิตของโรงงาน ซึ่งจะสร้างความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ” นายสารัชถ์ กล่าว