จากสำนึกสู่ปากกา » สู่เม็กซิโก….สอนเด็กๆชกมวยไทย

สู่เม็กซิโก….สอนเด็กๆชกมวยไทย

30 พฤศจิกายน 2017
20   0

 

 

ผมวางแนวทางในการเดินทางมาที่เม็กซิโกว่า จะต้องสร้างนักมวยรุ่นต่อรุ่นและอายุต่ออายุเพื่อให้สืบทอดต่อโยงแวดวงการต่อสู้แบบมวยไทย

แม้นว่าจะมีเด็กจำนวนไม่มากเข้ามา และนี่คือเซลล์ของมวยไทยที่จะต้องแตกหน่อขยายแตกตัวออกไปในอนาคต

ผมตั้งใจในการสอนเด็กๆเหล่านี้ และในขณะเดียวกันผมจะเอานักมวยที่จะต้องต่อยพร้อมๆกับคนเรียนที่สนใจเข้ามาผนวกและผนึกในสนามการสอน

ยิมที่ผมมาสอนในวันนี้คือยิมของรัฐบาล ที่สร้างขึ้นอย่างดีเยี่ยม มียามคอยทำหน้าที่ในการดูแลอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเปิดปิดไฟฟ้า และแอร์ โดยรัฐบาลออกค่าใช้จ่ายให้เป็นรัฐสวัสดิการ

พื้นที่วันแรกที่ผมจัดการเรียนการสอนให้กับเด็ก เป็นอาคารสำหรับสอนมาร์เซี่ยลอาร์ตโดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นมวยไทย คาราเต้ เทควันโด้ คิ๊กบ๊อกซิ่ง และมวยสากล

พอครูๆของการต่อสู้อื่นทราบว่าผมเดินทางมาจัดสัมมนาในวันแรก

แต่ละมาร์เซี่ยลอาร์ตก็สั่งหยุดการเรียนการสอนทันทีส่งผลให้ทั้งยิมมีแต่มวยไทยสอน

เหตุและผลคือ เขากลัวว่า ลูกศิษย์ที่เขาเรียกมาเรียน หันมามองการสอนมวยไทยแล้วเร้าใจกว่าจะลาออกจากเขาเข้ามาเรียนมวยไทยแทนจึงทำให้เขาต้องหลีกทางให้มวยไทยโดยปริยาย

ผมอาศัยหลักจิตวิทยาที่เรียนมาสมัยตอนอายุ 18-19 ปีที่เรียนในระดับปริญญาตรีและอาศัยหลักการสื่อสารการตลาดเข้ามาจับในการเรียนการสอนในหนนี้

พ่อแม่ปู่ย่าตายายของเด็กเหล่านี้แห่มาดูการเรียนของลูก และกดซัตเตอร์จากมือถือกันเป็นมือระวิงเพื่อที่จะขึ้นเฟซบุ๊คบ้าง แมสเซนเจอร์บ้าง ที่นี่ไม่เล่นไลน์น่ะครับ  และอวดกันว่อนไปหมด

หลังสิ้นสุดการสอนเด็กและถ่ายภาพร่วมกับพ่อแม่และเด็กแล้ว ผมหันไปสอนนักมวยและแก้ทางมวยทั้งหมด ผมกำลังค้นหาจุดอ่อนของนักมวยแต่ละคนและกำลังแก้พร้อมเติมเต็มในส่วนที่เขาขาดและจุดด้อยที่เป็นตัวบ่อนทำลายอนาคตมวยไทยของเขา

ผมพยายามจะให้เขาทำซ้ำซากเพื่อเกิดความเคยชินในการเตะ ต่อย ศอกและเข่า

โดยจะเน้นใช้ลูกเล่นเข้าไป ใส่สมองเข้าไป ใส่ความคิดเข้าไปให้กับคนที่มาเรียน

มีหลายคนเริ่มส่อแวว

เมื่อห้าปีก่อน ผมมาที่นี่ มีเด็กๆอย่างน้อยสองคน ผมบอกกับเขาว่า ตั้งใจซ้อมน่ะ พวกเราคือนักมวย เขาดีใจและตั้งใจ มีเด็กหญิงคนหนึ่งมาเรียนตั้งแต่อายุสามขวบ วันที่ผมมาอายุห้าขวบและวันนี้อายุสิบขวบ

เธอผ่านการต่อสู้มาทั้งสิ้น  39 ครั้งชนะ 37 ครั้ง ผมเห็นจุดด้อยของเธอที่ต้องแก้ และวันนี้ผมพยายามจะแก้ให้ก้าวไปสู่การเป็นนักมวยหญิงที่มีอนาคตในแวดวงมวยไทยหญิงของโลก เช่นเดียวกันกับเด็กชายคนหนึ่ง เจ็บนิดเจ็บหน่อยทำตาแดง คล้อยหลังมาห้าปี วันนี้เขาคือนักมวยที่รูปร่างและลีลาอาจจะไม่แกร่ง แต่ในระยะยาวเขาจะเป็นนักมวยที่มีชื่อเสียง

ผมมาครั้งนี้ ผมตั้งใจจะค้นหาดาวรุ่งและคนแกร่งเอาไว้เข้าสู่สังเวียนแปดเหลี่ยมที่เรียกว่า เอ็มเอ็มเอ. จะเอาไปปราบพวกเหล่านี้ในอนาคต

เหมือนวันนี้มีลูกศิษย์ของผมกำลังก้าวไปในเวทีกรงแปดเหลี่ยมอย่างมีอนาคตอีกคนที่ผมคาดว่า ในไม่เกินสองปีนี้เขาจะกลายเป็นตำนานและแชมป์

หลังการเรียนการสอน ผมจะชี้จุดอ่อนและจุดแข็งของแต่ละคนพร้อมกับให้กำลังใจทุกคนในการต่อสู้

ผมกลับมาซักเสื้อผ้าเพื่อตากไว้ใช้ในวันถัดไปเพราะไม่อยากจะขนเสื้อผ้าที่ใส่แล้วกลับ หนนี้ผมเอาไม้แขวนเสื้อที่ซื้อจากไทยติดมือมาด้วย ได้แขวนตามที่ต้องการ

รุ่งขึ้นผมจะต้องเดินทางไปยังเมือง Parral อันเป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจดีมากๆ และมีค่ายมวยไทยเพียงแค่ค่ายเดียวเพิ่งเปิด เจ้าของค่ายมวยไทยแห่งนี้เป็นข้าราชการของรัฐบาลท้องถิ่น เป็นคนมีฐานะ แต่ต้องใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้นสามชั่วโมงเศษ

ผมพกเอานักมวยติดตัวไปสองคน เป็นเด็กหญิงวัยสิบปี เพื่อไปเรียนกับเป็นเด็กชายที่ไปเอามาจากดงอันตรายของเมืองที่มีทั้งโจร มีทั้งค้ายาเสพติดและเรื่องผิดกฏหมายทั้งปวง ผมเอามาปั้นเป็นนักมวยไทยเมื่อห้าปีก่อน วันนี้เขาตามไปกับผม

สองข้างทางของการเดินทางเป็นทะเลทราย

มีการปลูกหญ้าเพื่อตัดหญ้าขายในยามหน้าร้อนเพราะหิมะตกเมื่อไหร่จะปลูกหญ้าไม่ได้ต้องรอหน้าอื่น

หลายจุดมีการปลูกต้นไม้และทำสวนป่าของทุนในพื้นที่

สองข้างทางจะมีทะเลทรายและรถบรรทุกขนาดใหญ่และยาววิ่งเกลื่อนไปหมด ไม่มีรถจักรยานยนต์วิ่งให้เห็นในเส้นทางสักคัน

ถนนไม่ใช่เลียบแบบถนนถลาง แต่เป็นถนนที่ส่งให้รถมีระบบสั่นสะเทือนรอบทิศทางได้ เพราะถนนจะต้องหยาบเนื่องจากในหน้าหนาวหิมะจะตกและน้ำจากหิมะจะลงใต้ดินเพื่อดูดขึ้นมาเป็นน้ำประปา

เราจอดเพื่อเข้าห้องน้ำในเส้นทางการเดินทาง

อาคารบ้านเรือนเป็นแบบหนังคาวบอยที่เราเห็น มีร้านซ่อมรถ ร้านอาหารเก่าๆโทรมๆ