จากสำนึกสู่ปากกา » มุ่งสู่เม็กซิโก….ขึ้นเครื่องบิน

มุ่งสู่เม็กซิโก….ขึ้นเครื่องบิน

27 พฤศจิกายน 2017
21   0

ครั้งแรกในชีวิตที่ใช้บริการสายการบินด้วยการซื้อในระบบออนไลน์ และตั๋วเครื่องบินส่งตรงมาจากประเทศเม็กซิโก โดยเที่ยวไปใช้บริการของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ ออกจากกรุงเทพมายังเมืองฮ่องกง ที่ต้องใช้เวลานั่งรอเปลี่ยนเครื่องในสนามบินนานกว่า 7 ชั่วโมงเพื่อเข้าสู่สนามบิน แอลเอเอ๊กซ์ในเมืองลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกาก่อนเปลี่ยนเครื่องอีกรอบเพื่อเข้าสู่สนามบินอัลปาโซในรัฐเท็กซัสของสหรัฐอเมริกา
เพราะผมไม่เคยใช้บริการของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์จึงต้องโทรศัพท์ไปสอบถามสำนักงานในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินบนเครื่อง สิ่งของที่นำผ่านประเทศสหรัฐอเมริกาและอะไรที่ไม่สามารถนำผ่านได้พร้อมกับความชัดเจนในเรื่องของน้ำหนักและจำนวนกระเป๋าพร้อมกับแบตเตอรี่สำรองสำหรับใช้บนเครื่องบินหรือระหว่างรอเครื่องบิน
ผมได้รับการให้บริการข้อมูลอย่างดีเยี่ยมจากพนักงานที่สำนักงานในกรุงเทพของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์อย่างดี
วันเดินทาง ผมต้องใช้สายการบินร่วมคือคาเธ่แปซิฟิกที่ผมน่าจะเรียกว่าคาที่เสียมากกว่า
พนักงานชายที่เคาน์เตอร์ให้บริการน้ำหนักพูดจาไม่ค่อยจะเข้ารูหูในการให้บริการสักเท่าไหร่ ผมขอที่นั่งริมทางเดินเผื่อเข้าห้องน้ำ ผมถามว่าพอจะมีบ้างไหม เขาบอกผมว่าเหลือที่เดียว เอาที่ติดห้องน้ำและขยับที่นั่งปรับเอนอะไรไม่ได้เลยให้กับผม นี่คือสันดานคนไทยที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานสายการบินที่นั่งให้บริการตรงเคาน์เตอร์ไม่ว่าจะเป็นสายการบินไหนเหมือนกันทั้งหมด โดยเฉพาะที่เป็นคนไทย
พอขึ้นไปบนเครื่องพบว่าที่นั่งริมทางเดินว่างหลายที่ นี่คือการโกหกของพนักงานสายการบินคาเธ่แปชิฟิกต่อการให้ที่นั่งผู้โดยสาร
แต่พอขึ้นไปบนเครื่องบิน แ อร์โฮสเตสที่เป็นคนไทยให้ข้อมูลกับผมอย่างดีมาก แนะนำอะไรต่างๆให้กับผมมากมายรวมทั้งการที่ผมจะต้องขนสัมภาระจากสนามบินแอลเอเอ๊กซ์เพื่อตรวจสอบให้บอกว่าเราทรานซิสเพื่อไปยังเม็กซิโก และที่จริงก็ไปอย่างนั้นจริงๆ
ในสนามบินเมืองฮ่องกง ผมได้แต่นั่งรอ เดินจนกระทั่งเกิดอาการเบื่อ น้ำดื่มในสนามบินขวดละ 15 เหรียญฮ่องกง ในขณะที่ชาจีนขวดละ 10 เหรียญฮ่องกง แต่ด้วยก่อนลงจากเครื่องบิน ผมดื่มน้ำเต็มอัตราศึก จึงไม่มีความรู้สึกอะไร และผมจำเป็นที่จะต้องคุมอาหารเพื่อป้องกันการถ่ายเรี่ยราดระหว่างเส้นทาง และต้องการจะใช้บริการห้องน้ำในจุดหมายปลายทางเท่านั้น ผมจึงมาทานอาหารอีกครั้งเมื่อขึ้นเครื่องบินไปสู่สหรัฐอเมริกา
ที่เมืองฮ่องกง ผมคุยกับพนักงานของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ของเปลี่ยนที่นั่งจากนั่งตรงกลางมาเป็นริมทางเดิน ปรากฏว่ามีที่นั่งเหลือเฟือ ตรงกันข้ามกับพนักงานของสายการบินคาเธ่แปชิฟิกที่สนามบินสุวรรณภูมิบอกกับผมว่า ไม่มีเหลือสักที่นั่ง พูดแบบสุนัขไม่เหลียวมอง
เครื่องบินของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ผมนั่งริมทางเดินตรงกลาง พยายามจะข่มตาให้หลับในเที่ยวขาไปเพื่อจะได้ปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับเวลาของประเทศเม็กซิโก พนักงานของสายการบินจะเป็นพนักงานที่เป็นชาวเมืองฮ่องกงเพราะต้องการเน้นให้บริการคนฮ่องกงที่เข้ามาทำมาหากินในสหรัฐอเมริกา
เมื่อถึงสนามบิน ผมเดินเข้าคิวตามเส้นทางและมีพนักงานคอยช่วยเหลือในการใช้บริการตู้อัตโนมัติของตรวจคนเข้าเมืองที่แอลเอ.
ตรวจคนเข้าเมืองแอลเอ.ถามว่าผมมาทำไม ผมตอบว่า ผมไปเม็กซิโก เขาถามว่าไม่นอนสักคืนเลยหรือ ผมตอบว่าไม่ พร้อมกับให้ชื่อโรงแรม คนที่จะมารอรับในเท็กซัสและเม็กซิโกให้ จากนั้นเขาให้ไปรับกระเป๋าสัมภาระเพื่อตรวจสอบ ไม่มีใครตรวจสอบอะไรเลยเพราะผมแค่ผ่านประเทศเท่านั้น หนนี้เขาไม่ค่อยเข้มงวดกับคนไทยเท่าหนก่อนๆที่ผ่านเข้ามา อาจจะเป็นเพราะผมคนไทยในไม่กี่คนที่เดินทางมาเที่ยวนี้
ผมใช้เวลาในกระบวนการเข้าคิวยาวมาก พอเอากระเป๋าเสร็จก็ไปเข้าสายพานเพื่อส่งต่อเข้าไปยังสนามบินอัลปาโซ ของรัฐเท็กซัส และผมเดินออกไปที่อาคาร 4 เพื่อไปสายการบินอีกสายหนึ่งคืออเมริกันอีเกิ้ล
สนามบินแอลเอเอ๊กซ์หนนี้ ไม่มีการใช้เหรียญหรือเงินหยอดเพื่อเอารถเข็นกระเป๋าแต่อย่างใด ค่อยยังชั่วสำหรับการนำกระเป๋าสองใบไปยังสายพานและไม่มีใครเปิดกระเป๋าให้เป็นที่น่าปวดหัว
เมื่อมาถึงสนามบินอัลปาโซเป็นเวลาดึก รับกระเป๋าเสร็จสรรพ มาติน่าลูกศิษย์มารอรับและนำผมเข้าตรวจคนเข้าเมืองอเมริกาถามอีกรอบพร้อมๆกับตรวจคนเข้าเมืองของเม็กซิโกเพื่อป้องกันปัญหาเที่ยวกลับ
อากาศกำลังเย็นสบาย เรานั่งรถเข้าไปยังโรงแรมที่พักอีกราวหนึ่งชั่วโมงและนั่นเกือบจะเที่ยงคืน
เรานั่งรับประทานอาหารกัน มีผมทานคนเดียวเป็นเบอร์เกอร์ในราคาชิ้นละ 195 เม็กซิกันเปโซหรือ 19.5 เหรียญสหรัฐฯ
แล้วเราเข้ามาพักโรงแรมเดิมที่ผมเคยเข้าพักเมื่อ 5 ปีก่อน ผมรีบอาบน้ำอาบท่าและเข้าส้วมให้สมกับที่รอคอยมา 38 ชั่วโมงของการเดินทาง
ผมทิ้งตัวลงนอนแต่ไม่ค่อยจะหลับเพราะร่างกายต้องการปรับตัวให้เข้ากับเวลาที่แตกต่างระหว่างเม็กซิโกกับไทยถึง 14 ชั่วโมงและนี่คือ
การเดินทางเพื่อพัฒนามวยไทยในดินแดนเม็กซิโกของผม เป็นครั้งที่แปดและครั้งที่สี่สำหรับชิวาวา