จากสำนึกสู่ปากกา » แรงงานต่างด้าวรวยกว่าคนไทย

แรงงานต่างด้าวรวยกว่าคนไทย

25 พฤศจิกายน 2017
31   0

 

เมื่อวันที่ผมเดินทางไปสหรัฐอเมริกาครั้งแรกและเข้าไปในลอสแองเจลิสหรือ แอลเอ ขุมทองของคนไทยที่หนีหนี้ หนีเรื่องราวอะไรต่างๆในไทยเข้าไปตั้งรกราก ผมได้นั่งคุยกับคนไทย เขาบอกว่า กิจการเข้าล้มละลายในไทย เขารวบรวมเงินสดก้อนหนึ่งหนีออกจากประเทศไทยเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่สหรัฐอเมริกา โดยยอมจ่ายเงินค่าตั๋วและค่าทำวีซ่านักท่องเที่ยวเข้าไป

จากนั้นเขาหนีวีซ่าเพื่อเข้าไปขุดทองในดินแดนของสหรัฐอเมริกา ด้วยการเข้าไปรับจ้างในร้านอาหารไทยบ้าง ในร้านขายของชำที่เขาเรียกว่าตลาดไทยบ้าง จากนั้นเก็บหอมรอมริบ ด้วยการไปเลือกร้านอาหารไทยที่ขายอาหารให้เยอะๆ กินจนอิ่มแล้วทำงานเต็มที่เก็บเงินจนสามารถมีร้านอาหารได้ มีกิจการร้านค้าได้

จึงค่อยทยอยขนเงินกลับประเทศไทย มาซื้อที่ดินบ้าง มาซื้ออาคารสถานที่บ้าง และหลายคนเมื่อได้เงินมามากพอสมควร ชดใช้หนี้สินได้หมดแล้ว ก็กลับมาพร้อมกับเงินก้อนหนึ่งเข้ามาไทย

แรงงานคนไทยก็เหมือนกัน ในยุคใหม่ๆที่ตะวันออกกลางยังขุดทองได้ ก็สมัครไปทำงานทั้งงานก่อสร้างและอะไรต่อมิอะไรต่างๆ โดยยอมขายบ้าน ขายที่นา กู้หนี้ยืมสินออกไป โดนหลอกบ้าง ไม่โดนหลอกบ้าง เมื่อคนที่ได้งานทำ ตามประสาคนตามบ้านนอกและแถวอิสานกินน้อย กินข้าวเหนียวจิ้มแจ่วกับผักสด จนกระทั่งได้เงินกลับมาตั้งหลักในไทย สร้างบ้านได้ ซื้อที่นาได้ ซื้อรถได้ ซื้อรถไถได้ก็กลับมาเริ่มต้นการทำงาน แต่หลายคนหมดสิ้นทรัพย์สินทุกอย่างเพราะถูกหลอก

ต้องกลับมาชดใช้หนี้แบบน่าอนาถใจ

ในระยะหลัง เมื่อพ่อแม่เริ่มลืมตาอ้าปากได้บ้าง จากการขายที่ดินบ้าง จากการทำมาหากินบ้าง จึงไม่อยากจะให้ลูกลำบากและไม่อยากจะสอนให้ลูกลำบาก พอโตขึ้นขี้เกียจเรียน ให้ไปเรียนหนังสือไม่ยอมไป ให้ทำงานก็ไม่เอา วันๆขี่รถเครื่องไปโน้นมานี่และนั่งเล่นเกมส์บ้าง เล่นมือถือบ้างจนไม่ต้องทำมาหากินอะไรนานเข้าไปสุมกับเพื่อนจนติดยาเสพติดกลับมาบ้านอีก

คนเป็นพ่อเป็นแม่ที่มีร้านค้า ไม่ว่าจะร้านขายอาหาร ร้านขายสินค้า ไม่ยอมให้ลูกออกมาช่วยงานแต่อย่างใด นานเข้ากิจการก็ต้องหาคนมาเป็นแรงงานในเมื่อเจ้าของกิจการเข้าสู่วัยชราก็ต้องดิ้นรนหาคนมาช่วยเป็นลูกมือ

แรงงานต่างด้าวไม่ว่าจะเป็นพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม สลัดชีวิตจากบ้านตัวเองเข้ามาในเมืองไทยในรูปแบบต่างๆกัน และแทบจะทั้งหมดที่เข้ามาแบบผิดกฏหมายจะอาศัยการจ่ายเงินจ่ายทองให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อให้เข้ามาถึงตัวแก่นกลางของนครหลวงของประเทศ

จะเสียเป็นรายก้อนหรือรายเดือนอีกก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่อยากจะไปยุ่งเกี่ยวอะไรหรอก นอกจากมีเรื่องมีราวขึ้นมาก็ออกตรวจตราอย่างเข้มงวดกันทีหนึ่ง หากเรื่องราวเงียบทุกอย่างก็เงียบตาม ในบ้านเมืองเราจึงมีคนต่างชาติเข้ามากอบโกยทรัพย์สินของแผ่นดินกลับประเทศไปตั้งหลักปักฐานแบบเดียวกันกับที่คนไทยเคยไปขุดทองในต่างประเทศกลับมาไทยนั่นแหละ

ผมเคยนั่งคุยกับตรวจคนเข้าเมืองในอเมริกา ที่เคยเรียนมวยไทยกับผม เขาบอกว่า คนไทยชอบทะเลาะและเล่นกันเองหากไม่พอใจจะโทรมาแจ้งและเจ้าหน้าที่จำเป็นที่จะต้องไปดำเนินการทั้งที่ไม่อยากจะไป

ผมเคยนั่งคุยกับคนเวียดนามที่เข้ามาเป็นหมอนวดในไทย เขาบอกกับผมว่า เขามีรายได้ส่งกลับเวียดนามเดือนละสามหมื่นบาท ผมถามเขาว่า เขาได้เงินเดือนๆละเท่าไหร่ เขาบอกว่า เขาได้เงินเดือนในฐานะคนใช้เดือนละเก้าพันบาท แต่ที่เหลือเขาอาศัยหลังสองทุ่มเลิกงาน ไปรับจ้างนวดในร้าน เพราะหลังสองทุ่มเป็นต้นไป หมอนวดจะไม่พอ ลูกค้าจะเยอะ หักครึ่งกับนายจ้าง

ผมนั่งคุยกับคนเย็บผ้าจากเวียดนาม เขาบอกว่าคนไทยขี้เกียจ เขาทำงานแบบเหมาโหล เขาตั้งใจเย็บไม่เคยออกจากโรงงานแต่อย่างใด ตื่นขึ้นมาก็นั่งเย็บ หิวก็ทำกับข้าวกิน จากนั้นไปเย็บ กะเก็บเงินสักก้อนหนึ่งกลับไปเวียดนามเพื่อเปิดร้านขายเสื้อผ้าที่เขาเย็บเอง โดยได้ประสบการณ์จากการมาตัดเย็บในเมืองไทย

ขอทานชาวเขมรที่มานั่งขอที่สะพานลอย บอกว่า เขายอมให้คนไทยรังเกียจในการขอเงินเพราะคนไทยชอบสงสารและชอบทำทาน เขาจะสะสมเงินที่ได้จากการขอเมื่อได้เงินแสนบาทจะเข้าเขมรเพื่อเปิดบัญชีธนาคารเก็บเงินเอาไว้ แล้วย้อนกลับมาทำ พอได้เงินมากพอ เขาจะกลับไปเปิดร้านขายสินค้าของเขา

วันก่อนเราขาดแคลนแรงงาน เราไปเอาแรงงานพม่ามาจากทุกสารทิศ วันนี้แรงงานพม่าเก่งกว่าไทย ก่ออิฐ ฉาบปูน ซ่อมรถ ขายของเก่งกว่าคนไทยทั้งหมด

เพราะคนไทยไม่ยอมทำงาน

ค่าจ้างแรงงานพม่าสำหรับก่อสร้างวันนี้อยู่ที่วันละ 450 บาทขณะที่คนไทยได้ค่าจ้างวันละสามร้อยบาทเพราะฝีมือแตกต่างกัน

คนไทยรุ่นใหม่เรียนจบเรียกร้องค่าจ้างสูงๆเพื่อให้คุณค่าของกระดาษที่เรียกปริญญาบัตรแต่ทำงานไม่เป็น

ตรงกันข้ามกับพม่าที่เข้ามาไม่มีอะไรแต่ทำงานเก่งกว่า

อย่าไปแปลกใจอะไร หากโพยก๊วนการส่งเงินของคนพม่ากลับไปบ้านของตัวเองในแต่ละเดือนมากกว่าเงินที่คนไทยส่งกลับมาจากต่างประเทศและใช้สวัสดิการของรัฐที่คนไทยได้ทุกอย่าง