ข่าวสตรี » จิตแพทย์แนะเจอพวก “โชว์ของลับ”อย่ากรี๊ด

จิตแพทย์แนะเจอพวก “โชว์ของลับ”อย่ากรี๊ด

13 พฤศจิกายน 2017
15   0

กรมสุขภาพจิต ชี้ พวกชอบ“โชว์ของลับ” ในที่สาธารณะ เป็นคนป่วย!!! แนะวิธีสยบพฤติกรรม เห็นแล้ว“อย่ากรี๊ด”

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับปัญหาที่มีผู้ชายชอบลักขโมยชุดชั้นในผู้หญิงหรือโชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะ ซึ่งปรากฏเป็นข่าวอยู่เนืองๆว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมเหล่านี้จัดเป็นผู้ป่วยโรคทางจิตเวชประเภทหนึ่งเรียกรวมๆว่า กามวิปริต ( Sexual perversion) มักเกิดกับเพศชาย พบได้บ่อยที่สุดในช่วงอายุ 15-25 ปี ไม่สามารถประมาณการผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้ชัดเจน แต่มีการศึกษาพบว่าร้อยละ 20 ของหญิงสาว จะมีประสบการณ์เจอผู้ที่มีปัญหากามวิปริตมาแล้ว ขณะที่ผู้ชายที่มีปัญหานี้ส่วนใหญ่จะมีพฤติกรรมกามวิปริต 3-5 อย่าง เช่น โชว์อวัยวะเพศ โทรศัพท์ลามกอนาจาร พฤติกรรมถ้ำมองคนอื่นในห้องน้ำ เป็นต้น

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวอีกว่า สาเหตุของพฤติกรรมนี้เชื่อว่าเกิดมาจากปริมาณฮอร์โมนเพศชายมีมากกว่าปกติ และอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในสมอง รวมทั้งเกิดมาจากปัจจัยทางจิตใจ ที่สำคัญคือปมด้อย(Inferiority) ใน เรื่องเพศของตนเอง เช่น เรื่องขนาด การมีเพศสัมพันธ์ ทำให้ไม่มีความมั่นใจหรือไม่มีความสุขจากการมีเพศสัมพันธ์ เมื่อมีแรงขับทางเพศเกิดขึ้น จึงเลือกระบายออกโดยโชว์อวัยวะเพศต่อผู้อื่น เพื่อสร้างความมั่นใจในระดับจิตใต้สำนึก เมื่อคนที่เห็นแสดงอาการตกใจ กรีดร้อง จะเป็นการเพิ่มความมั่นใจทางเพศให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้

“อาการของกามวิปริตนี้ รักษาให้หายขาดได้ ผู้ที่มีญาติป่วยหรือมีเพื่อนฝูงคนรู้จักป่วยเป็นโรคนี้ สามารถพาไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชทุกแห่ง อย่าอายหมอ เพราะหากไม่ได้รับรักษา ผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมนี้ไปตลอดชีวิต ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าผู้ที่เป็นโรคกามวิปริตเข้ารับการรักษาน้อยมาก เพียง 1 ใน 4 หรือประมาณร้อยละ 25 ของผู้ป่วย แสดงว่าในสังคมยังมีผู้ป่วยโรคนี้อีกร้อยละ 75 ที่ยังไม่รับการรักษา ดังนั้นจึงขอแนะนำประชาชน หากพบเห็นผู้ที่มีพฤติกรรมโชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะ ขอให้ตั้งสติ ให้นิ่งเฉย ไม่ควรแสดงอาการตกใจ หวาดกลัว กรีดร้อง โดยปฏิกิริยาของการนิ่งเช่นนี้ จะมีผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถสร้างความสุขทางเพศหรือเพิ่มความมั่นใจทางเพศของตนเองได้ และหากผู้ป่วยขาดแรงเสริมจูงใจบ่อยๆ จะมีผลให้พฤติกรรมชอบโชว์ลดลงได้”น.ต.นพ.บุญเรืองกล่าว

ด้านนพ.ธิติพันธ์ ธานีรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครสวรรค์ราชนครินทร์ จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า โรคกามวิปริตที่พบได้บ่อยๆในสังคมไทย เช่น โรคเอ็กซ์ฮิบิชั่นลิซึม ( Exhibitionism) ชอบอวดอวัยวะเพศกับคนแปลกหน้า , โรคเฟติสชิซึม ( Fetishism) คือโรคสำเร็จความใคร่ด้วยสิ่งของของเพศตรงข้าม เช่น ชุดชั้นใน ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว รองเท้าส้นสูง เป็นต้น , โรคฟรอตตัวริซึม ( Frotteurism) เป็นโรคที่มีความสุขกับการถูไถอวัยวะเพศกับบุคคลแปลกหน้า ,โรคโวเยียวริซึม ( Voyeurism) เป็นโรคมีความสุขกับการถ้ำมองคนอื่นเปลือยกายหรือเปลี่ยนเสื้อผ้า , โรคโทรศัพท์ลามกอนาจารหรือที่เรียกว่า เทเลโฟน สแก็ตโตโลเจีย (Telephone Scatologia) เป็นต้น

“โดยเฉพาะผู้ที่ชอบโชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะ เมื่อมีคนเห็นและแสดงอาการตกใจ หวาดกลัว กรีดร้อง จะทำให้ผู้ป่วยประเภทนี้ เกิดความรู้สึกตื่นเต้น พึงพอใจทางเพศอย่างมาก และจะทำพฤติกรรมเช่นนี้บ่อยขึ้น โดยโรคนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของตนเองได้ จึงควรพาผู้ป่วยไปปรึกษากับจิตแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม ผู้ป่วยก็จะสามารถลดพฤติกรรมและใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป ” นายแพทย์ธิติพันธ์กล่าว

นพ.ธิติพันธ์ กล่าวด้วยว่า การรักษาผู้ป่วยกามวิปริต หลักๆ จะมี 3 ด้าน ได้แก่ 1.การรักษาทางด้านจิตใจ เน้นการปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดและพฤติกรรม ให้ผู้ป่วยมองเห็นด้านบวกและชีวิตทางเพศของตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนความเชื่อผิดๆ ที่มักพบในกลุ่มผู้ชายไทย เช่น อวัยวะเพศใหญ่ให้ความสุขมากกว่าของเล็ก ต้องเป็นจอมลีลาเวลามีเพศสัมพันธ์ ต้องไม่ล่มปากอ่าว เป็นต้น

2.การรักษาทางด้านร่างกาย โดยเฉพาะการใช้ยารักษาฮอร์โมนเพศชายคือเทสโตสเตอโรน (Testosterone) ที่มีส่วนทำให้เกิดพฤติกรรมทางเพศ และ 3. การรักษาทางด้านสังคม ซึ่งกรอบกฎระเบียบทางสังคม สามารถใช้ควบคุมพฤติกรรมชอบโชว์ทางอ้อมได้ เช่น เพื่อนฝูง คนในครอบครัว ช่วยกันลดโอกาสเกิดพฤติกรรม หากิจกรรมให้ทำแทนการคิดหมกมุ่นเรื่องเพศ ลดสิ่งกระตุ้นทางเพศ เช่น การดูสื่อลามกต่างๆ หรือการพูดคุยที่หมิ่นเหม่ต่อการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศในที่สาธารณะ

 

 

สนับสนุนเนื้อหา
thaihealth.or.th