จากสำนึกสู่ปากกา » ท่องเที่ยวชุมชน….ทางรอดของประเทศไทย (9)

ท่องเที่ยวชุมชน….ทางรอดของประเทศไทย (9)

10 พฤศจิกายน 2017
21   0

 

ท่านผู้อ่านทุกท่านครับ

ผมกำลังพาท่านเข้าไปสู่โหมดของความสำเร็จบนความล้มเหลวของการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนของชาติไทยภายใต้การนำของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอยู่น่ะครับ

วันนี้ทางรอดของท่องเที่ยวชุมชนทั้งประเทศและทั้งระบบขึ้นอยู่กับ

การสื่อสารการตลาด

รัฐบาลนี้ประกาศให้การสนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน แต่เป็นการประกาศแบบเอางูจงอางมาบอกสังคมว่านี่คืองูเขียว

ไม่เคยมีใครสามารถเปิดเข้าไปค้นหาท่องเที่ยวชุมชนได้จากเว็ปไซต์ของส่วนราชการไม่ว่าจะส่วนไหนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

แม้กระทั่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ที่ประกาศนโยบายออกมาอย่างสวยหรูเต็มหน้าหนังสือพิมพ์แต่ทำงานส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนแบบ

แมงกุดจี่ที่ค้นหาอาหารบนก้อนขี้ควาย

ไม่เคยมีสถานที่แนะนำที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนจากเว็ปไซต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่สามารถสืบค้นจากคนต่างแดนหรือคนไทย

เพราะสำนึกและความรับรู้ในการพัฒนาให้ก้าวไปสู่การท่องเที่ยวชุมชนของโลก

วันนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคงอาจจะไม่เข้าใจในการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนไปในแนวเดียวกันกับอาเซียน

เราแหกปากบอกกับสังคมว่า จะมีรายได้เท่านั้นเท่านี้และเท่าโน้นเพื่อให้เป็นข่าวและเพื่อให้ผ่านคะแนนนิยมที่กรรมการจะพิจารณาและประเมินให้

แต่ในความเป็นจริง เคยมีบุคคลระดับผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนับจากอดีตจนถึงวันนี้เคยไปเดินย่ำต๊อกตามท่องเที่ยวชุมชนที่ไม่ผ่านการจัดตั้งไหม เคยมีแนวคิดด้านการตลาดไหม

กระทั่งแต่ละชุมชนที่มีของดีซุกซ่อนอยู่

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีหน่วยงานอย่างท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจำทุกจังหวัดของประเทศไทย

เราเคยเห็นการทุ่มเทพัฒนาอย่างหนุนเนื่องไหม

ผมนั่งพิจารณาจากเอกสารของบประมาณแล้วพอจะมองกึ๋นของคนทำและรับผิดชอบการท่องเที่ยวของชาติประจำจังหวัดออกว่า มีกึ๋นประการใด

นอกจากของบประมาณไปสร้างสิ่งปลูกสร้างแล้วไม่กล้าให้ติดโลโก้ของหน่วยงานให้งบเพราะกลัวจะโดนตามตรวจสอบในภายหลัง

ประเทศไทยไม่มีความพร้อมในการ

นำเสนอ

การท่องเที่ยวชุมชน

เพื่อการพัฒนาประเทศชาติ เพื่อการนำมาซึ่งรายได้ให้ประชาชน

ผมบอกกับชาวท่องเที่ยวชุมชนว่า เราจะต้องพยายามยืนบนขาของตัวเอง เราจะต้องขอสนับสนุนสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนในอนาคต

ไม่ใช่อยู่ไปวันๆรอของบจากส่วนราชการที่ไม่รู้ว่าจะเอาเงินไปใช้ตรงไหนก็เทลงมาให้แบบโป๊ะๆ

ผมเคยตำหนิสำนักงบประมาณในการพิจารณางบประมาณด้านท่องเที่ยวให้เหมือนกับคนรับผิดชอบทำงานแบบตาบอดคลำช้าง มาดเยอะแต่ลีลาการวิเคราะห์ไม่มี

ผมมองว่า การว่างเว้นจากการเข้าไปตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่เจ้าหน้าที่อ้างว่างานเยอะไม่มีเวลาเข้ามาตรวจสอบและตรวจทานเอกสาร

เหล่านี้กระมังเราจึงเห็นการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนในวันนี้และวันข้างหน้าไปในรูปแบบของ

ถ้าไม่ใช่พวกกู กูไม่เอาเงินไปสนับสนุน

วันนี้พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะต้องเปิดใจกว้างเพื่ออ่านข้อเขียนตรงนี้และกลับไปคิด

ผมยืนเคียงข้างรัฐบาลนี้และให้กำลังใจพร้อมร่วมมือเสมอมา

แต่คนทำงานในรัฐบาลนี้กลับทำงานไม่เป็น เน้นการเอาใจและเสนอหน้าในสิ่งที่ผู้บริหารประเทศต้องการแต่ประชาชนเดินไม่ได้

เขียนมาถึง 9 ตอนเพื่อบ่งบอกว่า

เราจะต้องคิดใหม่ ทำใหม่ และมองกันแบบวิเคราะห์ใหม่

อย่าเอาชุมชนที่ทำการท่องเที่ยวมาทดลองแบบแสวงหาสาวสวยเข้าไปบำเรอชายในอาบอบนวดและหรือตามซ่องโสเภณี

แต่จะต้องพัฒนาการท่องเที่ยวในชนิดที่ชาวบ้านสามารถลืมตาอ้าปากแย้มยิ้มได้

ถ้าทำงานไม่เป็น มาถามผม เดี๋ยวจะอธิบายให้ ไม่ต้องไปตามนักวิชาการพวกนั้นหรอก