ข่าวสังคม » ม.ราชภัฏภูเก็ต ชูโรง “กระเจี๊ยบ” ของดีบ้านม่าหนิก สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ม.ราชภัฏภูเก็ต ชูโรง “กระเจี๊ยบ” ของดีบ้านม่าหนิก สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

8 พฤศจิกายน 2017
211   0

สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต ตามรอยศาสตร์พระราชาสนองพระราโชบาย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 โดยได้ร่วมมือกับศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านม่าหนิก บูรณาการองค์ความรู้ ให้บริการทรัพยากรด้านบุคลากร งานวิจัย และเครือข่ายความร่วมมือออกแบบศูนย์เรียนรู้ สร้างจุดเด่น เสริมจุดขาย ด้วยวิธีการสร้างความมีส่วนร่วมของชาวบ้าน พึ่งพาทรัพยากรในพื้นที่ สู่วิถีการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สำคัญของ จ.ภูเก็ต

ดร.ธีรกานต์ โพธิ์แก้ว อาจารย์สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน นักวิจัยและผู้จัดโครงการ กล่าวถึงที่มาและความสำคัญถึงเรื่องดังกล่าว ว่า “สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน ได้ร่วมกับศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านม่าหนิก หมู่ 7 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ดำเนินงานโดยกลุ่มเกษตรกรบางเหนียวดำ เป็นชุมชนต้นแบบของจังหวัดภูเก็ตที่ดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของชุมชน โดยการจัดสรรพื้นที่ของอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ พัฒนาพื้นที่ตามหลักทฤษฎีใหม่ ‘เกษตรแบบประณีต’ มีการปลูกพืชระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว และเน้นพืชสวนสมุนไพรที่เอื้อต่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมถึงอาศัยการบริหารจัดการพื้นที่ในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญ ให้มีความน่าอยู่อาศัย มีกินมีใช้ เกิดรายได้ ส่งเสริมความซื่อสัตย์ สุจริต อดทน ขยันหมั่นเพียรของชาวบ้าน ซึ่งทางกลุ่มได้ปฏิบัติงานแบบบูรณาการร่วมกับมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องจนเกิดพัฒนาการที่ดีเรื่อยมา

อีกความโดดเด่นของศูนย์ฯ คือการจัดสรรพื้นที่ขนาดเล็กที่เคยแห้งแล้งจากการทำเหมืองแร่ในอดีต ซึ่งเป็นพื้นดินที่ไม่มีธาตุอาหาร สภาพเป็นด่าง กระด้าง ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์โดยใช้แนวทางการแกล้งดิน ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ โดยมีพืชเอกลักษณ์ คือ กระเจี๊ยบแดงและกระเจี๊ยบเขียว ปัจจุบันจึงมีผลผลิตที่เจริญงอกงาม ทีมนักวิจัยของสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน ซึ่งมีองค์ความรู้ในการวิจัยกระเจี๊ยบเขียวในด้านความงาม จึงสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกกระเจี๊ยบเขียวฝักใหญ่ เพื่อนำไปสู่การแปรรูปกระเจี๊ยบเขียวให้เป็นผลิตภัณฑ์ความงามเพื่อสุขภาพ และกระเจี๊ยบแดงนำมาแปรรูปเป็นน้ำ ผลิตภัณฑ์แยม ภายใต้แนวคิด ‘ผลิตภัณฑ์เกษตรสร้างสรรค์’ ยกระดับสู่ของดีชุมชน ในระยะเริ่มต้น สำหรับในกิจกรรมเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 สาขาวิชาฯ ได้ลงพื้นที่จัดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ‘กระเจี๊ยบพอเพียง’ เพื่อส่งเสริมสุขภาพชีวิตที่ดี โดยมี

ผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา ร่วมทำกิจกรรมอบรมถ่ายทอดความรู้การแปรรูปกระเจี๊ยบร่วมกับชาวบ้าน มีหน่วยงานส่วนราชการพร้อมด้วยด้วยสื่อมวลชนให้ความสนใจเข้าร่วม” ดร.ธีรกานต์ กล่าว

ทางด้าน ดร.สุนันทา คันธานนท์ ประธานสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน กล่าวถึงการสนับสนุนโครงการว่า “มหาวิทยาลัย มีพันธกิจด้านการพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะการนำศาสตร์พระราชามาหลอมรวมกับวิถีชุมชน และสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้น อีกทั้งสาขาวิชาฯ มุ่งเน้นผลิตนักศึกษาให้เป็นนักออกแบบชุมชนกลับคืนสู่ท้องถิ่น เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสร้างความเข้มแข็งให้กับชาวบ้าน ภายใต้พื้นฐานของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้สาขาวิชาได้นำนักศึกษาลงสู่ชุมชนทำงานร่วมกับชาวบ้านบ้านม่าหนิกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์และทักษะการบริการชุมชนแก่นักศึกษา”

ในส่วนของ นายธีรพงษ์ หนูไชยแก้ว คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ฯ กล่าวเสริมว่า “คณะมนุษย์ฯ มีสาขาวิชาที่ความเชี่ยวชาญหลากหลายศาสตร์ ซึ่งสามารถให้การสนับสนุนชุมชนและยกระดับสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ได้แก่ ศิลปะ การออกแบบ กฎหมาย ภาษา ฯลฯ ร่วมกับทีมงานนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมหาวิทยาลัยหมายมั่นว่าจะมีส่วนช่วยให้กลุ่มชาวบ้านสามารถยกระดับสู่ชุมชนต้นแบบที่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรม ทำจริง เห็นผลชัด และสามารถวัดปริมาณความสำเร็จทางเศรษฐกิจและรายได้ของชาวบ้านที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพืชผลการเกษตรในครั้งนี้ ยังมีโปรเจ็คท์ของคณะฯ เรื่องการจัดการน้ำที่กำลังจะเกิดขึ้น ณ ชุมชนบางเหนียวดำเร็วๆ นี้”

นายสุภโรจน์ ทรงยศ ประธานศูนย์เรียนรู้ฯ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “จุดแข็งของชุมชนคือความสามัคคีและความตั้งใจจริงของชาวบ้านที่ประสงค์ยกระดับบ้านม่าหนิกให้เป็นที่รู้จักว่ามีการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยศาสตร์พระราชา ซึ่งการทำงานร่วมกับ ม.ราชภัฏภูเก็ต เป็นการเสริมความมั่นใจว่าโครงการพัฒนาต่างๆ มีความน่าเชื่อถือซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคณาจารย์และนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ด้านต่างๆ ส่งผลให้ชาวบ้านมีกำลังใจ และตั้งใจดำเนินงานในทุกกระบวนการเพื่อเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกชุมชนให้ดีขึ้นและมีความยั่งยืน ตลอดจนแผนงานการพัฒนาศูนย์ฯ ยังได้รับความสนใจจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่พร้อมจะเข้ามาสนับสนุนงบประมาณในการยกระดับหมู่บ้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ จ.ภูเก็ต ต่อไป”