จากสำนึกสู่ปากกา » ท่องเที่ยวชุมชน….ทางรอดของประเทศไทย (6)

ท่องเที่ยวชุมชน….ทางรอดของประเทศไทย (6)

7 พฤศจิกายน 2017
15   0

เราท่านทั้งหลายอย่าลืมว่า ในปีพุทธศักราช 2551 รัฐบาลไทยได้ออกกฎหมายฉบับหนึ่งเรียกว่า พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 ขึ้นมาและเป็นการบอกเล่าสังคมไทยว่า มีมาตรา 51 กำหนดให้กรมการท่องเที่ยวเป็นผู้ประกาศเขตท่องเที่ยวชุมชนภายใต้กรอบกติกาและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการจะต้องพิจารณากรอบกัน

จากปี 2551 จนถึงปี 2560 ระยะเวลา 10 ปี กรมการท่องเที่ยวในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบ มะงุมมะงาหราในการเดินงานด้านนี้

และในกฎหมายกำหนดเอาไว้ว่าจะต้องมีบัตรมัคคุเทศก์หรือบัตรไกด์เอาไว้ เหลือแค่ 3 ชนิดคือ

บัตรไก๊ด์ต่างประเทศ

บัตรไก๊ด์ในประเทศ

และบัตรไก๊ด์ท่องเที่ยวชุมชน

นั่นหมายความว่า บริษัทท่องเที่ยวในต่างประเทศโดยกฎหมาย เมื่อนำนักท่องเที่ยวเข้ามาสู่ประเทศไทย คนที่เป็นไก๊ด์จากต่างประเทศจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีที่มาเจอคณะไก๊ด์จากไทยที่มารอรับและจะต้องถอดป้ายที่แขวนออกทันที เพื่อปล่อยให้ไก๊ด์ของในประเทศเป็นผู้รับภาระในการพาเที่ยวและอธิบายต่างๆ โดยอาจจะมีไก๊ด์จากบริษัทในต่างประเทศทำหน้าที่อธิบายสำทับลงไป แต่เมื่อเข้าไปในเขตที่มาตรา 51 ประกาศเอาไว้ นั่นหมายถึงว่า ไก๊ด์ต่างประเทศและไก๊ด์ในประเทศจะต้องหยุดทำหน้าที่ทันที

เพื่อให้ ไก๊ด์ท่องเที่ยวชุมชนหรือไก๊ด์ชุมชนทำหน้าที่แทน

แต่ที่ผ่านมาทิ้งระยะเวลาสิบปีไม่ยอมดำเนินการอะไรเพราะเกรงว่า

บริษัททัวร์จะประท้วง พวกไก๊ด์จะออกมาประท้วง

เนื่องจากหากมีการประกาศเขตท่องเที่ยวชุมชนมากเพียงใด ไก๊ด์ที่หากินในวันนี้จะหมดทางทำมาหากิน จึงดึงเรื่องเอาไว้ เพราะคนที่ทำเรื่องมัคคุเทศก์ กลัวโดนไก๊ด์มาปิดประท้วงกรม ทั้งที่มีกฏหมายกำหนดให้ใช้มานานตั้งสิบปี

จึงคาราคาซังกันมาตลอด

ไม่มีใครออกไปอธิบายชุมชนที่ทำด้านท่องเที่ยวให้เข้าใจในตัวบทกฎหมายมาตรานี้แถมยังหวงอีกต่างหาก ไม่ยอมเปิดปากพูดและอธิบายใครทั้งสิ้นเหมือนกับว่า นี่คือ

ความลับสุดยอดและสุดขีด

ผมจึงพยายามจะบอกกับทุกชุมชนว่า จะต้องพัฒนาขีดความรู้และความเข้าใจของชุมชนให้กับคนในชุมชนเพื่อให้เข้าใจกับว่า

มัคคุเทศก์ชุมชน

เพราะมัคคุเทศก์ประเภทนี้ไม่ต้องไปเรียนจนกระทั่งจบปริญญาตรีด้านการท่องเที่ยวหรือปริญญาโท ไม่จำเป็นต้องมีใบปริญญามายืนยันขอออกบัตรไก๊ด์แบบทุกวันนี้

แต่หากเป็นเพียงแค่ปราชญ์ชาวบ้านที่มีความเข้าใจในชุมชน พาไปแนะนำวัดวาอารามและเล่าความเป็นไปเป็นมาของพื้นถิ่นที่ตัวเองอยู่อาศัยและมีความเข้าใจในธรรมชาติของประวัติศาสตร์บ้านเกิดของตัวเองได้อย่างลึกซึ้ง รอบรู้และครบทุกด้านแล้ว

ก็สามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็น

มัคคุเทศก์ชุมชนได้ทันที

เพราะเหตุนี้แหละ เราจึงมีมัคคุเทศก์ที่เกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากตรงนี้ออกมาคำรามมิให้ออกกฎหมายนี้ออกมาและหลายคนพยายามจะเสนอตัวเพื่อเข้าไปเป็น

อาจารย์สอน

ทั้งที่บางคนสอนไม่รู้เรื่อง พูดให้คนเข้าใจยังฟังยาก

ในห้วงระยะเวลาที่ผมรับผิดชอบเรื่องงบอุดหนุนท่องเที่ยวชุมชน ผมจะต้องบอกกับทุกชุมชนว่าจะต้องเตรียมตัวและปรับตัวในด้านนี้ให้เป็นที่ชัดเจนและลึกซึ้ง

ผมพยายามวางแนวทางการพัฒนาของชุมชนที่ประกาศตัวเป็นท่องเที่ยวชุมชนให้เดินตามแนวมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ปี 2551 ที่แม้กระทั่งคนเป็นปลัดกระทรวงหรือคนเป็นรัฐมนตรีกระทั่งคนเป็นอธิบดีบางคนยังไม่มีความเข้าใจและความรู้ เพราะ

เจ้าหน้าที่พยายามจะทำเหมือนเป็นความลับและปกปิดอย่างยิ่งยวด

ในขณะที่ท่องเที่ยวชุมชนในระดับอาเซียน ทางประเทศกัมพูชาพยายามพัฒนามาตรฐานในระดับอาเซียน

แต่สิบปีที่ผ่านมา ไทยไม่เคยใส่ใจ สนใจที่จะพัฒนาเป็นแบบอย่างที่ชัดเจน

นอกจากพอกระแสท่องเที่ยวชุมชนเกิด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็ออกมาประกาศเจื้อยแจ้วนกแก้วนกขุนทองเรื่องท่องเที่ยวชุมชนขึ้นมา แต่หากถามคนที่ออกมาประกาศนโยบายเผลอๆอาจจะได้ยินคำตอบออกมาว่า

ไม่เคยพูด ไม่เคยให้สัมภาษณ์ สื่อเขียนกันไปเอง

แต่หากเป็นเรื่องที่สังคมชื่นชมจะเสนอหน้าเสนอตัวต่อคนรับผิดชอบในระดับนายกรัฐมนตรี