จากสำนึกสู่ปากกา » ท่องเที่ยวชุมชน….ทางรอดของประเทศไทย(1)

ท่องเที่ยวชุมชน….ทางรอดของประเทศไทย(1)

2 พฤศจิกายน 2017
19   0

 

ปี 2527 ผมออกเดินทางจากประเทศไทยเข้าสู่ประเทศเยอรมนี และเป็นการออกเดินทางสู่นอกประเทศที่ไกลที่สุดครั้งแรกในชีวิต

ผมเข้าไปพักที่เมืองชาร์บูร์กเก้นท์ ในแคว้นซาร์แลนด์ ติดกับประเทศฝรั่งเศส

ผมได้มีโอกาสข้ามไปข้ามมายังสองประเทศในห้วงเวลาของการเดินทางไปเกี่ยวกับเรื่องมวยไทยและก่อตั้งสภามวยไทยแห่งทวีปยุโรปขึ้นเพื่อทำการต่อสู้กับคิ๊กบ๊อกซิ่งที่คนไทยกลุ่มหนึ่งในยุคนั้นไปส่งเสริมและทับถมมวยไทย

ผมได้นั่งรถคาราวานจากประเทศเยอรมนี ข้ามชายแดนไปยังเมืองเบลเยี่ยม ลักแซมเบอร์ก และเข้าสู่ฮอลแลนด์ โดยกลางคืนนอนในรถที่มีที่นอน ส่วนการเข้าห้องน้ำ จะมีห้องน้ำสาธารณะให้เข้าตลอดในเส้นทางการเดินทาง แตกต่างจากประเทศไทยลิบลับ

ด้วยเหตุนี้ผมจึงให้ความสำคัญกับการสร้างห้องน้ำและปรับปรุงซ่อมแซมห้องน้ำเป็นลำดับแรก หากการท่องเที่ยวแบบเชือมโยงในอนาคตของไทยกับชาติอาเซียนเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์

บางจังหวะ ผมเข้าไปเที่ยวตามเรือกสวน ถึงขั้นปีนต้นไหน เพื่อเก็บลูกสุก เอามือเช็ดสกปรกแล้วนั่งทานกันบนต้นจนอิ่มหนำสำราญ หลายพื้นที่เข้าไปสัมผัสกับสวนแอ๊ปเปิ้ลที่เจ้าของอนุญาตให้เดินเด็ดกินได้ตามใจปรารถนา พร้อมแนะนำว่า ลูกระดับไหนที่มีความหอมหวานและกรอบ

บางแห่งเขาเอาเรือกสวนเหล่านี้ทำเป็น

ฟาร์มสเตย์บ้าง

การ์เด้นท์สเตย์บ้าง

นักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาเที่ยวจะปั่นจักรยานของเจ้าของบ้านออกตระเวนเที่ยว โดยมีตะแกรงด้านหน้าและด้านท้ายที่มีที่นั่งซ้อน ให้หนุ่มสาวที่มาเที่ยวกันเป็นคู่ๆได้มีเวลาอยู่ด้วยกันอย่างเต็มที่ ข้าวสาลีที่ออกสีเหลืองพร้อมชูช่อรวงข้าวสวยงามจนเหลืองอร่ามไปทั้งแถบ

มองดูห่านกำลังว่ายตูดสั่นไปเป็นคู่ตามลำบึงห้วยที่มีน้ำเย็นยะเยือก แต่มีปลาว่ายคอยหลบปากของห่านที่จะจ้วงฉกจับไปกิน

นกแก้ว นกเอี้ยง และอีกหลายนกกำลังบินเหนือท้องฟ้าเพื่อรอดูว่าจะโฉบลงไปกินรวงไหนของแปลงข้าวสาลีที่ชูช่อเหลืองอร่ามรอวันเกี่ยว

เจ้าของฟาร์มมีความสุขกับการขับรถแทร็คเตอร์ออกไปเกี่ยวข้าว และม้วนต้นข้าวสาลีเพื่อเป็นก้อนฟางไว้ให้วัว ของเขากินในยามหน้าหนาวยะเยือกที่ไร้ต้นไม้ใบหญ้าที่แผ่ใบขวาง

ผมพูดภาษาเยอรมันไม่ได้ แต่มีคนช่วยแปลให้ผมถึงความสุขของการมาท่องเที่ยวในชนบท

ผมมีโอกาสเปิดเข้าไปดูในห้องพักที่เขาเรียกว่า

B&B

หรือผมเรียกย่อๆว่า บีบี คำว่า บี แรก หมายถึงคำย่อของคำว่า Bed หรือที่นอน ส่วนคำ บี ที่ตามมาตัวที่สอง ย่อมาจากคำว่า Breakfast ที่แปลว่า อาหารเช้า

สรุปรวมก็คือ เป็นสถานที่ที่มีห้องพักที่มีเตียงนอนและอาหารเช้า ให้บริการ โดยเจ้าของบ้านจะกั้นแบ่งเป็นสัดส่วนในรูปแบบที่ต่างคนต่างพักไม่ก้าวก่ายกัน

ตอนเช้าเจ้าของบ้านจะเปิดประตูออกมารอบริการลูกค้าที่เข้ามาพักด้วยการมีกาแฟ ชา ที่มีน้ำร้อนตั้งเอาไว้ให้ มีชาเป็นซองไม่ต่างจากกาแฟเป็นซอง โดยมีน้ำตาลเป็นขวดให้ตักหรือเป็นซองและค๊อฟฟี่เมตที่ตั้งเอาไว้ให้ตัก แต่ที่ต่างประเทศนิยมใช้นมสดที่มีราคาถูกกว่ามาให้บริการมากกว่า โดยมีขนมปังให้ปิ้งได้ไม่อั้นนอกจากนี้จะมีอาหารเช้าให้บริการประกอบด้วยไข่ดาว แฮม ไส้กรอก

แต่บางบ้านจะมีสองบริการคือ มีห้องน้ำในตัวห้องพักที่มีอัตราค่าบริการที่ค่อนข้างสูงกว่า

ผู้คนที่ปั่นจักรยานออกไป จะแวะไปดื่มกาแฟในเส้นทางที่ผ่าน นั่งจิบเบียร์ จิบกาแฟกันไป หลายคนแวะตามเส้นทางเพื่อซื้อผลิตผลทางการเกษตรจากเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นองุ่นไร้เมล็ด แอ๊ปเปิล สาลี่ ลูกไหน กระทั่งของกินอย่างเช่น แยม หรือผลไม้แปรรูปอบแห้ง เพื่อกลับไปไว้กินในหน้าหนาวที่จะเข้ามาถึง

ผมซึมซับความเป็นชนบทในเยอรมนีหลายต่อปีและหลายต่อหลายครั้งที่เดินทางไปสอนมวยไทยเป็นระยะๆ

จนกระทั่งปี 2529 ผมได้เดินทางไปพำนักในญี่ปุ่นเป็นเวลาหนึ่งเดือนตามโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนที่ตอนนั้นผมยังเป็นเยาวชนโค่ง

ผมได้ไปพำนักที่อากิตะพรีแฟ็คเตอร์ อันเป็นชนบทของชาวญี่ปุ่นและไปพักกับชาวบ้านที่เป็นชาวบ้านมีอาชีพทำขนมแบบเบเกอรี่ขาย ผมได้ออกตระเวนในยามว่าง ด้วยการเดินเล่นในละแวกนี้ ได้สัมผัสกับวิถีวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวญี่ปุ่น และได้เข้าพักในบ้านของเขา

แต่เพราะธรรมชาติของคนไทยที่ปกติไม่ค่อยจะไปพักตามบ้านคนอื่นสักเท่าใดนักหากเป็นคนแปลกหน้าทำให้ในระยะแรก ถ่ายไม่ออก เกร็งไปหมด แม้เจ้าของบ้านจะใจดีเอาเสื้อผ้าไปซักและรีดให้ พาไปเที่ยวสัมผัสที่ไหนต่อที่ไหนก็ตาม

ผมได้ซึมซับความเป็น

ท่องเที่ยวชุมชนในชนบทของชาวบ้านแล้วเกิดความประทับใจและคิดว่า

สักวันหนึ่ง ถ้ามีโอกาส ผมจะทุ่มเทชีวิตจิตใจทำให้มันดีกว่าที่ผมได้ไปพบและเห็นมา