จากสำนึกสู่ปากกา » วงเวียนหอนาฬิกา

วงเวียนหอนาฬิกา

13 ตุลาคม 2017
22   0

 

บ้านผมอยู่ในละแวกย่านบางเหนียวและบนถนนภูเก็ต ไม่ไกลจากวงเวียนหอนาฬิกามากนัก

สมัยก่อนบริเวณแถบนี้ไม่ค่อยจะมีอาคารพาณิชย์และเมื่อไม่มีอาคารพาณิชย์ ผมไม่ค่อยจะเจอสิ่งชำรุดทางการค้าและความเจริญของบ้านเมืองคิดอาคารร้างและติดป้ายให้เช่าหรือขายในละแวกบริเวณนี้

บางวัน บางเวลาจะออกมายืนตรงริมถนน ชะโงกแหงนมองเวลาจากนาฬิกาที่หอนาฬิกาตรงวงเวียนแห่งนี้เสมอ

เพียงแต่ว่าวันนั้นเข็มนาฬิกาของหอนาฬิกาไม่ขี้เกียจ ขยันเดินทั้งวันและทั้งคืน ไม่เหมือนเช่นยุคสมัยหลังๆ เข็มนาฬิกาเดินบ้าง หยุดบ้าง เหมือนคนทำงานน้ำชาม แห้งชาม ที่เขาเรียกภาษาบ้านๆว่าเช้าชาม เย็นชามนั่นแหละ

วงเวียนหอนาฬิกาสมัยก่อน จะเป็นอาคารที่ก่อขึ้นด้วยปูนและก่ออิฐ โดยจะฉาบผิวลื่นมันคล้ายๆผิวหินขัด  ตรงบริเวณตีนหอนาฬิกาจะเทพื้นเป็นวงกลมและมีการก่ออิฐเป็นที่นั่งวงกลม

ถัดออกมาจากเป็นสนามหญ้าสีเขียว ที่ประดาสุนัขบ้านและสุนัขจรจัดทั้งที่มีขนเต็มสวยงามและมีขนหนาเป็นหย่อมๆบางช่วงจังหวะของแผ่นผืนหนังอาจจะกลายเป็นหนังกลับก็ยังมี

ถัดออกมาตรงริมขอบวงเวียน จะกั้นด้วยรั้วเหล็กเพื่อป้องกันมิให้รถยนต์หรือรถเครื่องพุ่งเข้าไปชนหอนาฬิกาและชนคนที่นั่งข้างใน

โดยจะมีเก้าอี้ปูนบ้างที่ทำเป็นโค้งให้รองก้นและรองหลังแบบนั่งสบายกับเก้าอี้เหล็กที่ตั้งให้คนนั่ง

รอบนอกของรั้วเหล็กที่ถักกั้นเอาไว้จะเป็นคอนกรีตที่เทเอาไว้

ตอนเช้าสมัยก่อน ปู่ของผม จะแวะออกมาเดินออกกำลังกายตอนเช้าๆสักประมาณตีห้าครึ่งจนกระทั่งตีหกครึ่ง

เดินออกกำลังกายแล้วจะนั่งคุยกับเพื่อนที่ปั่นจักรยานมานั่ง

สมัยนั้นมีแป๊ะอิ๋วอยู่และแป๊ะล้านที่ขายหมี่ฮกเกี้ยนตรงข้างโรงหนังเฉลิมตันที่ตอนนี้กลายเป็นศูนย์อาหารล๊กเที้ยนและวันนี้ทุกคนที่ผมเอ่ยถึงล้วนแล้วแต่ไปดีและไม่มีวันที่จะย้อนกลับมาเดินอีกแล้ว

สมัยนั้นตอนเช้า ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ผมจะใส่กางเกงกีฬา  ใส่รองเท้าผ้าใบออกไปวิ่งรอบวงเวียนหอนาฬิกาเพื่อออกกำลังขาและยิ่งตอนผมไปเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน ปิดเทอมไหนได้กลับบ้าน ไม่เรียนซัมเมอร์ ผมจะใส่ชุดวอร์มออกมาวิ่งทุกวันเอาแรงขาเสมอ

คนในละแวกแถวย่านโป๋ก๋า ที่ทำกุ้งแห้งขาย เพราะในยุคสมัยนั้น หลังโรงแรมเมโทรโปลวันนี้ยังเป็นป่าชายเลน เวลาน้ำขึ้นจะมีน้ำท่วมนองขึ้นมาบ้าง หมูจะออกเดินเทะโน่นนี่นั่น ตามเนื้อตามตัวของหมูจะเลอะเทอะไปด้วยขี้โคลนที่มันคลุกนอน

ย่านซอยข้างๆโรงหนังเริงจิตสมัยนั้นจะมีถนนลูกรังเพื่อให้คนดูหนังไปจอดรถเครื่อง และเข้าไปหาอาหารและหาน้ำดื่มกิน บริเวณข้างๆโรงหนังเริงจิตยุคนั้นจะมีร้านผัดหมี่ขายอยู่ เป็นบ้านสองห้อง ติดกับบ้านพักของผู้ใหญ่คาว ไกรทัศน์ และติดกันจะเป็นโรงไม้ขายไม้ เลยไปนิดหนึ่งจะเป็นบ้านที่รับจ้างตัดเสื้อผ้าผู้หญิงติดกับโรงยางน่าจะเป็นของซิ่นฮอ่งสุ่ย

เช้าๆบริเวณวงเวียนหอนาฬิกา จึงกลายเป็นสถานที่ชุมนุมของบรรดาสิงห์เฒ่าทั้งหลายที่จะมาแลกเปลี่ยนการเมืองกัน

ปู่ของผมแป๊ะจิ้น ไกรทัศน์ จะเปิดวิทยุขนาดใหญ่ในบ้าน ตอนเช้ามืด เพื่อฟังข่าวทั้งจากในไทยทั้งวิทยุคลื่นสั้นและคลื่นยาวเพื่อฟังข่าวการวิเคราะห์ วิจารณ์สถานการณ์บ้านเมืองจากกรุงเทพ ราวตีสี่ ตีห้าปู่จะตื่นขึ้นมาเปิดไฟตรงร้านขายของชำแต่ไม่เปิดร้านขายของ

พอฟังข่าวจบสักราวตีห้าครึ่งจะออกไปเดินและพอเดินแกว่งแขนอะไรเสร็จ สภาการเมืองจะเปิดขึ้นตรงบริเวณหอนาฬิกาตรงเก้าอี้ของสนามหญ้าตรงนี้

คนเฒ่าคนแก่คอการเมืองทั้งหลายจะออกมาพูดคุยและนั่งถกกัน

ผมพลอยได้ยินได้ฟังผู้เฒ่านั่งวิพากษ์ นั่งถกการเมืองกัน ราวกับว่าอยู่ในเหตุการณ์

จึงไม่แปลกใจแต่อย่างใดที่ปู่รับหนังสือพิมพ์สามฉบับทุกวันคือ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์กับหนังสือพิมพ์พิมพ์ไทยเพื่อดูข่าวทั่วไป และหนังสือพิมพ์ข่าวพาณิชย์เพื่อดูข่าวการค้าและข่าวเศรษฐกิจ และหนังสือพิมพ์สามฉบับนี้แหละที่กลายเป็นแรงจูงใจให้ผมเข้าไปสู่แวดวงหนังสือพิมพ์และผมเข้าไปทำแล้วทั้งสามฉบับ

หลังจากนั้นมีข่าวกระเส็นกระสายว่าจะทุบหอนาฬิกาดั้งเดิมท่ามกลางเสียงคัดค้านและในที่สุดก็มีการแอบทุบหอนาฬิกาตอนดึกทั้งที่เทศบัญญัติห้ามทำการก่อสร้างหรือทุบสิ่งก่อสร้างหลังตะวันตกดิน แต่นั่นแหละกฏหมายมีข้อยกเว้นสำหรับคนถือกฏหมายที่สามารถกระทำการใดได้โดยไม่ถือว่ามีความผิดอันเป็นจารีตประเพณีของไทยแท้ที่ยึดถือมายาวนาน

ทุกครั้งที่ผมผ่านวงเวียนหอนาฬิกา หรือจอดรถในละแวกนี้รวมทั้งไปจอดรถที่ศาลเจ้าจอซือกงหรือศาลเจ้าฮกหงวนกง  ผมจะยืนมองหอนาฬิกาแห่งนี้และรำลึกถึงความหลังเสมอ

วันนี้คนเฒ่าคนแก่ถูกเก็บเอาไว้ในบ้านเพราะไม่มีใครส่งเสริมและสนับสนุนคนเฒ่าคนแก่ได้ออกมาแลกเปลี่ยนข้อมูลและถกกันแบบสมัยก่อนจนต้องอยู่แบบตัวใครตัวมัน

ปิดโหมดสีเทา