ข่าวภูเก็ต » โครงการ 9101 สร้างรายได้ให้เกษตรกร ในชุมชน กว่า 15,000 คน

โครงการ 9101 สร้างรายได้ให้เกษตรกร ในชุมชน กว่า 15,000 คน

12 ตุลาคม 2017
27   0

เกษตรกรเกือบ 15,000 ราย ในจังหวัดภูเก็ต ได้รับประโยชน์จากโครงการ 9101 สร้างรายได้ในชุมชนเฉลี่ยคนละ 6,000 บาท/เดือน เมื่อ เวลา 14.00 น. วันที่ 11 ต.ค. 2560 ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานแถลงข่าวผลสำเร็จของการดำเนินงาน โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ของจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายปารเมศ ทองปรีชา เกษตรจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มเกษตรกร และสื่อมวลชน เข้าร่วม นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ของจังหวัด ภูเก็ต ดำเนินโครงการในพื้นที่ ครอบคลุม 3 อำเภอ 16 ตำบล 21 ชุมชน แบ่งเป็นโครงการด้านการผลิตพืชและพันธุ์พืช 12 โครงการ ด้านการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ 12 โครงการ , ด้านการจัดการศัตรูพืช 2 โครงการ ,ด้านฟาร์มชุมชน 2 โครงการ ,ด้านการผลิตอาหาร การแปรรูปผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร 10โครงการ, ด้านปศุสัตว์ 8 โครงการ, ด้านประมง 11 โครงการ และด้านการปรับปรุงบำรุงดิน 2 โครงการ รวมทั้งหมดจำนวน 59 โครงการ งบประมาณ รวม 19,724,700 บาท ขณะนี้มีการ เบิกจ่าย 19,543,162.63 บาท (ร้อยละ 99.08)คงเหลือ 181,537.37 บาท

โดยผลการดำเนิน มี จำนวนสมาชิกในชุมชนทั้งหมดในจังหวัด 948 ราย ซึ่งมีเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว จำนวน 14,998 ราย และสามารถสร้างรายได้ให้กับแรงงานในชุมชนเฉลี่ยคนละ 6,000 บาท/เดือน ด้านความยั่งยืน เกษตรกรร้อยละ 90 มีการดำเนินการต่ออย่างต่อเนื่อง โดยการบริหารจัดการรายได้ที่ได้มาเป็นทุนหมุนเวียน โดยกลุ่มมีเงินทุนหมุนเวียน จำนวน 50,000 – 150,000 บาท/กลุ่ม

นอกจากนี้ได้มี การจัดตั้งเครือข่ายและการเชื่อมโยง ได้แก่ เครือข่ายตามประเภทโครงการ เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อฯ การเชื่อมโยงเพื่อเอื้อประโยชน์ด้านการผลิต การลดต้นทุน และการตลาด โดยมีให้มี ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรหรือ ศพก. และเครือข่ายเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาภาคการเกษตรของชุมชนให้มีส่วนร่วมแบบประชารัฐอย่างยั่งยืนโดยพัฒนาความร่วมมือกับ บริษัทประชารัฐ รักสามัคคี จังหวัดภูเก็ต ที่จะมาส่งเสริมด้านการตลาด

ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดการพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนแล้วยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกการทำงานในพื้นที่ ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์และนำไปปฏิบัติจริงเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับสภาพของท้องถิ่นและชุมชนอันจะส่งผลต่อเนื่องให้ภาคการเกษตรมีความเข้มแข็ง นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวย้ำว่า ขอให้เกษตรกรต่อยอดโครงการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับตนเองและชุมชนอย่างยั่งยืน

ปิดโหมดสีเทา