จากสำนึกสู่ปากกา » ขนมไหว้พระจันทร์

ขนมไหว้พระจันทร์

10 ตุลาคม 2017
60   0

 

เมื่อครั้งที่ผมเข้ามากรุงเทพใหม่ๆ  ทุกครั้งก่อนเทศกาลไหว้พระจันทร์  ผมนั่งทำงานในฐานะรีไรท์เตอร์ของหนังสือพิมพ์ คอยเขียนข่าวและรับข่าวมาจัดหน้าจากผู้สื่อข่าวต่างจังหวัด ที่นิยมชมชอบในการส่งข่าวมาตอนกลางคืนเพราะว่าค่าโทรศัพท์ทางไกลถูก

และกลายเป็นนักข่าวหลายคนสนิทสนมกับผม โดยที่ไม่เคยเห็นหน้าและเห็นตัว

ในช่วงก่อนเทศกาลไหว้พระจันทร์  ถนนทุกสายในพื้นที่กรุงเทพ จะมีร้านขายขนมไหว้พระจันทร์มากมายก่ายกองโดยเฉพาะขนมไหว้พระจันทร์ที่ทำจากโรงแรมและภัตตาคารอาหารดังๆของจีนจะมีวางขายและราคาค่อนข้างจะสูงเอาเรื่อง

ผมแทบจะบอกกับตัวเองว่า ไม่มีปัญญาเอาเงินเดือนไปซื้อขนมไหว้พระจันทร์ของตามโรงแรมและภัตตาคารทานได้

คึกคักเสียจริงๆสำหรับแต่ละร้านที่โปรโมทขนมไหว้พระจันทร์

ในโรงพิมพ์ตอนกลางวันบรรดาประชาสัมพันธ์ของโรงแรมหรือภัตตาคารจะยกทีมกันมาเพื่อเอาขนมไหว้พระจันทร์มาแจกเพื่อให้คนที่ทำข่าวสังคมบ้าง ข่าวเศรษฐกิจบ้าง ได้เอาภาพและเอาความอร่อยของขนมไหว้พระจันทร์มาเขียน

คนที่เขียนข่าวสังคมมักจะได้รับอานิสสงฆ์ตรงนี้

ผมมักจะได้รับขนมไหว้พระจันทร์จากภัตตาคารใหญ่มาบ้าง

พอเริ่มจะมีหน้าที่การงานบ้าง  พอที่จะมีเงินเดือนบ้าง ก็พอที่จะมีปัญญาในการชิมและซื้อขนมไหว้พระจันทร์ที่ขายกันเกร่อ โดยเฉพาะตามศูนย์การค้าและตามห้างสรรพสินค้าจะมีตู้กระจกเอาขนมไหว้พระจันทร์มาเรียงกันขายหนาตา

นานๆเข้าในระยะสองสามปีนี้ ดูเหมือนว่าขนมไหว้พระจันทร์จะไม่คึกคักเท่าที่ควร

เหตุเพราะว่า

คนไม่กล้าใช้จ่ายใช้สอยสุรุ่ยสุร่ายและไม่กล้าที่จะ

ซื้ออะไรต่อมิอะไรอย่างฟุ่มเฟือยมากนัก

เพราะห่วงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ

ทำให้คนไม่กล้าที่จะควักกระเป๋าซื้อหาอะไรต่างๆง่ายๆนัก

ขนมไหว้พระจันทร์จึงไม่ใช่ทางเลือกและทางซื้อของผู้คนนอกเหนือจากคนจีนจริงๆที่จะซื้อขนมไหว้พระจันทร์มาแจกใครต่อใคร

ในส่วนตัวของผมแล้ว ที่ร้าน เอสแอนด์พี จะมีขนมไหว้พระจันทร์ขายทั้งปี ผมมักจะไปซื้อในวันพุธในยามที่อยากจะกิน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาผมจะเดินทางไปต่างประเทศ ผมมักจะแวะไปร้านเอสแอนด์พีในวันพุธเพื่อซื้อขนมไหว้พระจันทร์อย่างน้อยที่สุดสามชิ้นเพื่อเอาติดตัวไปยังต่างประเทศ พร้อมกับใส่น้ำดื่มขนาดลิตรครึ่งไปอย่างน้อยที่สุดสองขวดและขนาดขวดเล็กไปอีกสองขวดเพื่อเอาไว้เหน็บในกระเป๋าของเป้

เผื่อเหลือเผื่อขาดว่า ไปพักที่ที่อยู่รอบนอกหาร้านค้าไปซื้อหาของกินยาก อย่างน้อยที่สุดในสองหรือสามวันแรกยังพอจะมีขนมไหว้พระจันทร์และน้ำพอประทังชีวิตรอดได้

เพราะผมเคยเจอการอดมาแล้วในอดีต

จังหวัดภูเก็ตก็เช่นเดียวกัน แต่ก่อนจะมีคนทำขนมไหว้พระจันทร์เพียงแค่ไม่เกินสามราย และผมมักจะแวะไปซื้อที่ร้านเค่งติ้นซึ่งเป็นร้านของเพื่อน

ในระยะหลังมีคนทำขนมไหว้พระจันทร์และขนมเต้าส้อ

ผมมักจะแวะไปซื้อตอนเขาเพิ่งจะออกจากเตาใหม่ๆเพื่อเอาไปฝากคนอื่นและไว้กิน

ทำให้ผมไม่ค่อยจะได้แวะเวียนไปยังร้านอื่นเท่าที่ควร

ผมไม่ทราบว่า ปีนี้ขนมไหว้พระจันทร์ของภูเก็ตจะขายได้ดีมากน้อยประการใด

แต่เท่าที่มองจากเฟสบุ๊คส์ก็ดี จากไลน์ก็ดี จากข่าวคราวก็ดีแทบจะเรียกว่าไม่ค่อยจะได้เห็นใครเอาขนมไหว้พระจันทร์ออกมาขายสักเท่าใดนัก

นั่นคือความเสื่อมของขนมไหว้พระจันทร์ที่ในอดีตตรงตลาดสดบ่านซ้านจะมีการตั้งขายเป็นกิจจะลักษณะทีเดียวแต่วันนี้แทบจะเรียกว่า

หาคนขายไม่ค่อยจะเจอ

อันที่จริงแล้ว ประเพณีอะไรเก่าแก่ที่เคยมีไว้ในอดีต ก็น่าจะต้องสงวนและรักษาเอาไว้ในปัจจุบัน

บรรดาคนที่เรียกตัวเองว่า จีนนั่น จีนนี่ พยายามจะย้อนรอยและพยายามจะลำดับเรื่องราวบอกกับชาวบ้านที่มาเยือน

ผมถามสักคำเถอะครับ

ปากบอกว่าอยากจะอนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิมเอาไว้

วันนี้ช่วยตอบคำถามผมที

ทำไมแถวถนนถลางที่เรียกว่าย่านเมืองเก่า จึงไม่รวมใจกันตั้งโต๊ะไหว้พระจันทร์กันทุกบ้านให้สมกับคำว่า

เป็นเมืองเก่า….ที่เที่ยวเรียกขานตัวเอง