จากสำนึกสู่ปากกา » วิถีแห่งอนาคตสื่อมวลชน

วิถีแห่งอนาคตสื่อมวลชน

7 ตุลาคม 2017
21   0

 

ใครจะไปคิดว่า วันนี้หนังสือพิมพ์รายวันประสบปัญหายุ่งยากวุ่นวายในเรื่องรายรับและรายจ่าย ยอดขายและยอดโฆษณาจนกระทั่งหนังสือพิมพ์รายวันหลายเล่มต้องพาลปิดตัวเองและหลายแห่งต้องประคับประคองลดค่าใช้จ่ายภายในโรงพิมพ์
สมัยหนึ่งพรรคพวกชวนผมไปร่วมหุ้นทำคอมพิวกราฟิค ผมยืนมองและยืนคิดตั้งนานว่าควรจะลงทุนไหมท้ายสุดผมตัดสินใจไม่ร่วมลงทุนกับเขา
วันนี้ระบบคอมพิวกราฟิคแทบจะไม่มีใครใช้บริการแล้วเพราะสามารถพิมพ์ต้นฉบับจากมือถือหรือไอแพ็คไปได้แล้ว
สมัยก่อนใครมีกิจการโรงพิมพ์ถือว่านั่งกินนอนกินไปทั้งชาติ จะเรียกราคาค่านามบัตรและค่าใบสำคัญต่างๆที่จะต้องพิมพ์เท่าไหร่ก็ได้
วันนี้ใครมีโรงพิมพ์กลุ้มใจ
เพราะไหนจะต้องค่าจ้างช่าง และช่างวันนี้หายากทั้งที่มีแต่ไม่ค่อยอยากจะทำงานและทำงานแบบเล่นตัว ทำให้เวลาแท่นพิมพ์เสียวุ่นวาย เจ็บปวดกับการรื้อและการหาอะไหล่มาเปลี่ยน
โรงพิมพ์หลายแห่งลงทุนกับแท่นพิมพ์เป็นร้อยเป็นพันล้านเพื่อแข่งขันอวดร่ำอวดรวยจากการที่มีแท่นพิมพ์ที่ทันสมัย ท้ายที่สุดเมื่อกิจการสิ่งพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์ร่วงโรย
รายได้น้อยกว่ารายจ่าย
เขาจำเป็นที่จะต้องลดต้นทุน
เมื่อก่อนหนังสือพิมพ์คมชัดลึก มีคนงานมากกว่าสามร้อยคน ลดไปลดมาวันนี้เหลือไม่ถึงร้อยคนและน่าจะอยู่ราวๆห้าสิบคนด้วยซ้ำเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการทำสื่อสิ่งพิมพ์
วันนี้หนังสือพิมพ์เครือมติชนกำลังลดปัญหารายจ่ายท่วมรายรับด้วยการเลิกการพิมพ์เองและเลิกการส่งหนังสือเอง
ผมเคยไปพิมพ์ตำรามวยที่โรงพิมพ์ของหนังสือพิมพ์มติชนและถือว่าระบบแท่นพิมพ์ไม่เลวทีเดียว
แต่นั่นแหละเมื่อมีระบบแท่นพิมพ์รายจ่ายไม่คงที่เพราะหากแท่นเสียขึ้นมาจะต้องจ่ายค่าอะไหล่บานและผลกำไรขาดทุนจะไปโป่งอยู่ตรงนี้
สายส่งก็เช่นเดียวกัน
เมื่อยอดขายหนังสือตกลง ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีสายส่งและโกดังเก็บอีกแล้ว
สู้ตรวจสอบยอดขายจากเอเย่นต์และร้านในแต่ละวัน จากนั้นส่งไปให้เหลือแห่งละเล่มหรือสองเล่มเพียงพอแล้ว
เมื่อต้นทุนกระดาษลด ต้นทุนการพิมพ์ลด ต้นทุนการขนส่งลด และต้นทุนการจ้างพนักงานลด
การพิมพ์ด้วยต้นทุนที่ทราบเป็นการดี การหาโฆษณาเพื่อควบคุมต้นทุนรายจ่ายในแต่ละวันแต่ละเดือนจะชัดเจนกว่า
วันนี้สื่อสิ่งพิมพ์กำลังดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด
แต่วันนี้คนทำสื่อสิ่งพิมพ์กำลังดิ้นรนเพื่อเอาตัวเองรอดปลอดภัยจากการถูกให้ออก
สถานการณ์เศรษฐกิจวันนี้ใช่ว่าจะดีเด่ที่ไหน
งานก็หายาก การโดนออกจากงานในสถานการณ์เยี่ยงนี้ถือว่า
ตกงานสถานเดียว
คนที่ทำหนังสือพิมพ์บ้านเมืองยังตกงานไม่เลิกในอดีตนับจากต้นปีเป็นต้นมา
คนหลายร้อยคนจะต้องตกงานจากการเลิกพิมพ์และส่งเองอีก
ถามสักคำว่า
วันนี้คณะนิเทศศาสตร์ของแต่ละมหาวิทยาลัยมีการปรับวิธีคิด วิธีการสอนและเน้นการสอนแบบใหม่แล้วหรือยัง
เคยสำรวจปริมาณของนักศึกษาในแต่ละปีว่าเพิ่มหรือลดในปริมาณแบบไหนและอย่างไร
หรือสอนไปเรื่อยๆเปื่อยๆโดยให้ได้ค่ารายวิชาในการสอน โดยไม่เคยคิดว่า
จะหันกลับมาทบทวนบทเรียนและสร้างแนวทางการสอนแบบใหม่
เพื่อพยุงฐานะทางเศรษฐกิจให้กับสื่อสารมวลชนและ
เพื่อกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่รู้จักการอ่านหนังสือ
เมื่อการศึกษาไม่ได้มุ่งเน้นสอนให้คนอ่านหนังสือ
กิจการสิ่งพิมพ์ก็ถึงยุคของการโรยราและการดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด
ผมได้แต่เอาใจช่วยพรรคพวกเพื่อนพ้องน้องพี่ในแวดวงการทำสื่อสารมวลชน
ชีวิตคนทำสื่อในวันนี้หาใช่มั่นคงแข็งแรงแบบที่ใจคิดและปรารถนาแต่อย่างใดไม่
น่ากลัวมากครับ

ปิดโหมดสีเทา