จากสำนึกสู่ปากกา » อดีตศาลาว่าการเทศบาลเมืองภูเก็ต

อดีตศาลาว่าการเทศบาลเมืองภูเก็ต

4 ตุลาคม 2017
57   0

 

สมัยตอนเด็กๆ พ่อกับแม่ซื้อลูกฟุตบอลให้หนึ่งลูก ผมรักมันสุดๆ ยามเย็นหลังเลิกเรียนและยามวันเสาร์และวันอาทิตย์ ผมจะตระเวนไปหาที่เตะฟุตบอลเล่น และที่ที่ผมเตะบ่อยที่สุดก็คือ บริเวณสนามหญ้าหน้าห้องสมุดประชาชนและสนามหญ้าตรงหน้าศาลาว่าการเทศบาลเมืองภูเก็ต
ถือเป็นกิจวัตร
เราจะถูกไล่ออกจากบริเวณพื้นที่ตลอดเวลาและบ่อยครั้ง
เพราะเขาหาว่าพวกเราเด็กๆไปสร้างความรำคาญให้กับพวกเขา ที่ไม่ชอบการเล่นกีฬาออกกำลังกาย
พวกเขาจะรักพวกผมปีละครั้ง และครั้งละปี ในวันที่มีการแข่งขันกีฬานักเรียนที่พวกเราจะออกมาหา
เสียงด้วยการเอาขนมและน้ำมาเดินแจกแข่งขันกับชาวตลาดสดบ่านซ้าน
วันดีคืนดี เขาบอกกับพวกผมว่า จะต้องย้ายที่ทำการเทศบาลเมืองภูเก็ตออกไป จะต้องย้ายสถานีรถดับเพลิงออกไป และจะต้องย้ายบ้านพักพนักงานดับเพลิงออกไป
ไม่นานนักรถดับเพลิงก็ย้ายออกไปจนกระทั่งวันนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าสถานีดับเพลิงตั้งอยู่ตรงไหน
ไม่ต่างกัน ที่ทำการเทศบาลเมืองภูเก็ตย้ายออกไปและไปทุบเอาบ้านพักปลัดเทศบาล บ้านพักรองปลัดเทศบาลและบ้านพักของสมุหบัญชีเทศบาลทิ้งเพื่อสร้างเป็นที่ทำการเทศบาลเมืองแห่งใหม่ขึ้น โดยในการออกแบบและก่อสร้างไม่เคยคำนึงถึงสถานที่จอดรถให้คนที่มาติดต่อสถานที่ราชการแต่อย่างใด
แต่เที่ยวไปกำหนดให้คนโน้นจอดตรงนั้นตรงนี้แล้วต้องคิดตังค์
ในห้วงเวลาแรก แถบนั้นยังมีโรงรำวงอย่างน้อยสองแห่งคือแถวด้านหลังโรงหนังเริงจิตกับด้านข้างห้องสมุดประชาชน มีโรงหนังเริงจิตที่ข้างหน้าจะมีร้านมานพบริการคอยขายขนมหวานและของหวานให้ชาวบ้าน ขายดิบขายดี
นานเข้า เขาสร้างอาคารพาณิชย์เอาไว้ตรงรายรอบริมถนนภูเก็ตอ้อมไปยันถนนมนตรี เขาสร้างโรงแรมแดงพลาซ่าขึ้นมา และเขาบอกว่าจะมีการสร้างโรงแรมขนาดใหญ่ขึ้นตรงกลางพร้อมๆกับมีการขุดหลุมสร้างที่จอดรถยนต์เอาไว้ใต้ดิน ส่วนบนดินสร้างเป็นลานนวมินทร์ขึ้น
ในครั้งกระนั้น คนแห่เข้ามาเปิดกิจการร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านขายทอง ร้านถ่ายรูป ร้านอะไรต่อมิอะไรรวมไปถึงร้านขายเครื่องไฟฟ้าเพราะว่า
ย่านนั้นยังมีความเจริญและมีคนเข้ามาเที่ยว ในเขตเทศบาลเมืองภูเก็ตในครั้งกระนั้นยังเจริญเติบโตรจนขยายตัวไม่ออก
ต่อเมื่อมีการสร้างถนนบายพาส และสองข้างทางของถนนบายพาสกลายเป็นขุมทองแห่งการค้าแหล่งใหม่เกิดขึ้น
บริเวณภายในเขตเทศบาลเมืองเริ่มจะตายและเริ่มจะอับเฉาไม่ค่อยจะมีใครเดิน
บริเวณที่ตั้งของที่ทำการเทศบาลเมืองเดิมกลายเป็นอาคารพาณิชย์ ที่หลายแห่งปิดป้ายให้เช่าด่วน ขายด่วนแต่แท้จริงแล้วคือขายสิทธิ์
นัยว่าเหลืออีกปีเดียวจะหมดสัญญาแล้ว
ผมไปยืนมองโรงแรมแดงพลาซ่า วันนี้กลายเป็นที่ทำมาหากินได้คือนวดแผนโบราณ ส่วนคนเข้าพักผมไม่ค่อยจะแน่ใจ สำหรับร้านค๊อฟฟี่ซ็อฟปิดตัวเองไปนานแล้ว และเป็นไปในลักษณะของการซบเซา
ร้านทองที่เคยเปิดกิจการขายของอย่างสนุกสนาน ผมไปทุกครั้ง ผมไม่เคยเห็นเปิดร้านสักครั้งและส่วนใหญ่จะหาคนมาเดินยาก
ยิ่งวันนี้โรงรำวงหลังโรงหนังเริงจิตกลายเป็นที่ปลูกหญ้า โรงหนังเริงจิตกลายเป็นที่จอดรถและกลายเป็นสิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์ ร้านค้าในละแวกนี้พลอยจะขายอยู่ในช่วงขาขึ้นแต่เป็น
ขาขึ้นก่ายหน้าผาก
ผมจอดรถเดินข้ามไปร้านแป๊ะกิ้ม ผมเดินรายรอบบริเวณอาคารพาณิชย์ ผมเห็นความเงียบเหงาและความว่างเปล่าในเชิงสงบเรียบร้อยแล้ว ผมเกิดอาการสะเทือนใจ
ถามตัวของผมเองว่า ไม่มีใครคิดจะกระตุ้นการค้าในย่านตรงนี้กันบ้างเลยหรือ
ไม่มีใครคิดว่าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรกันบ้างเทียวหรือ
หรือปล่อยให้แต่ละราย แต่ละเจ้าของต้องดิ้นรนแบบกินอาหารบุฟเฟ่ต์คือ
ต้องหากินเอง
ทราบมาว่า จะสิ้นสุดในอีกปีหรือสองปีข้างหน้าและทราบมาว่า จะขยับค่าใช้จ่ายในการเช่าน่าจะมีค่า
แป๊ะเจี้ยะหรือไม่ ผมไม่ทราบ อีกเท่าตัว
ผมยืนมองโรงแรมแดงพลาซ่า ครั้งหนึ่งผมเคยคิดว่า จะกู้เงินแบ๊งก์มาทำโรงแรมแห่งนี้ โดยจะทำเป็นค่ายมวยใหญ่และชั้นล่างปรับปรุงเป็นเวทีมวยเพื่อแข่งขันในเชิงลาสเวกัส แต่ยืนคิดไปคิดมาแล้ว ขอแค่คิดว่าอยากจะทำก็พอ หากลงทุนวันนี้ หนี้สินล้นพ้นตัวไปยังรุ่นหลานทีเดียว ขอแค่เป็นคนยืนมองแล้วกัน