จากสำนึกสู่ปากกา » แก้ปัญหาน้ำท่วม

แก้ปัญหาน้ำท่วม

3 ตุลาคม 2017
31   0

 

มีคนถามผมว่า ทำไมน้ำท่วมภูเก็ตบ่อยจังในระยะหลัง และทำไมฝนตกไม่รุนแรงสักเท่าไหร่น้ำจึงท่วมสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน
ผมก็ตอบเขาไปว่า สมัยตอนผมเป็นเด็ก ผมไปกับพี่ชายสองคนไปขายสบู่บ้าง ไปขายข้าวสารบ้าง บ่อย
ครั้งที่ไปช่วยกับพ่อเพื่อช่วยพ่อ ผมเห็นแต่ละแห่งเป็นที่เก็บกักน้ำ ลึกจากพื้นถนนไปมาก เป็นท้องนาไม่ว่าจะเป็นจุดตรงบริเวณย่านเจ้าฟ้าใกล้กับชุมสายโทรศัพท์แถวฉลอง หรือแถวย่านปั้มน้ำมันซัสโก้สมัยนั้นเป็นที่ลุ่มต่ำมาก เวลาฝนตกน้ำก็ไหลลงไปขังในบริเวณแถบนั้นรวมไปถึงทางแถวป่าตอง
เมื่อพื้นที่กลายเป็นแหล่งทำมาหากินและแหล่งท่องเที่ยวแต่ละคนก็อยากจะได้ที่ดินเพื่อสร้างเป็นบ้านพักประเภทบ้านจัดสรร อาคารพาณิชย์ โรงแรม รีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ เขาทำอย่างไร ก็ต้องหาวิธีการไปออกเอกสารสิทธิ์มาอยู่เหนือขุมน้ำสาธารณะบ้าง มาอยู่เหนือบริเวณที่กักเก็บน้ำในยามฝนตกบ้าง
ครั้นเมื่อเอกสารสิทธิ์ออกมาแล้ว เจ้าของเอกสารสิทธิ์ลงทุนจ่ายเบี้ยบ้ายรายทางแล้ว จะเอามาเก็บไว้ในอ้อมกอดก็จะกลายเป็นของร้อน บ้างก็รีบสร้างบ้านจัดสรรขาย บ้างก็สร้างอาคารพาณิชย์เอาไว้ และบ้างก็สร้างอาคารรีสอร์ทและโรงแรม
ลำรางสาธารณะที่เคยมีในแผนที่
คูระบายน้ำที่เคยมี
ก็พาลพลอยถูกถมเพื่อสร้างอาคารหรือไม่ก็อาจจะสร้างอาคารคล่อมคลองไป
เพื่อให้ที่ดินสองฟากกลายเป็นที่ดินผืนเดียวกัน
จะถูกหรือจะผิดกฎหมายเป็นอีกเรื่อง แต่ขอให้ได้ทำเอาไว้ก่อน
และในที่สุดกลายเป็นว่า บ่อน้ำสาธารณะก็ดี แหล่งน้ำดับเพลิงก็ดี ที่กักเก็บน้ำต่างๆก็ดี ลำรางต่างๆก็ดี โดนถมกลายเป็นอาคารพาณิชย์ บ้านจัดสรร ศูนย์การค้า โรงแรมและรีสอร์ทรวมไปถึงบ้านพักตากอากาศ
แถมการสร้างถนนของภาครัฐ มีคูระบายน้ำเพียงช่วงระยะหนึ่ง ครั้นพอปลอดจากบ้านคนก็ไม่มีคูระบายน้ำแล้ว ต่อเมื่อมีการขยายเมืองออกมา น้ำที่ไม่มีคูระบายน้ำที่เคยไหลเอ่อเก็บเอาไว้ ก็พลอยไม่มีที่จะเก็บ
ในที่สุดกลายเป็นที่น้ำท่วมขังและกลายเป็นปัญหา
หากตกลงมาไม่มากสักเท่าไหร่ น้ำจะพอระบายไปได้บ้าง แต่หากตกลงมามากที่ที่เคยเก็บกักเอาไว้ได้กลับไม่สามารถเก็บกักเอาไว้ได้ท้ายที่สุดก็
ต้องท่วมเป็นปกติธรรมดา
วันนี้มีการวาดมโนภาพกันว่าจะต้องทำอุโมงค์ระบายน้ำบ้าง จะทุ่มเงินเป็นร้อยล้านบาทเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบ
ผมถามสักคำว่า จะเอาอะไรมาแก้ไขกัน
ผมจำได้เมื่อตอนน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพและประเทศไทยปี 2554 ผมเป็นคนหนึ่งที่เอาโฮมสเตย์มารองรับคนเดือดร้อนเพื่อจะช่วยคนบ้านน้ำท่วมและต้องหนี
ผมทำของผมคนเดียว มีโทรศัพท์สามเครื่อง เครื่องหนึ่งไว้รับ อีกเครื่องหนึ่งไว้โทรออกประสานไปยังบรรดาโฮมสเตย์ในจังหวัดสมุทรสงครามบ้าง จันทบุรีบ้าง ปราจีนบุรีบ้าง นครนายกบ้าง กาญจนบุรีบ้าง
เขาถามผมว่าทำไหวไหม ผมตอบไปว่าทำไหว จะไม่ไหวได้ไง เบอร์มีเบอร์เดียว คนเดือดร้อนก็ต้องพยายามโทรหาเมื่อไม่มีใครโทรมา ผมช่วยเหลือคนในครั้งนั้นกว่าสามพันราย
มีการพยายามจะตั้งโครงการช่วยแก้ปัญหาคนน้ำท่วม มีการเพียรพยายามจะตั้งงบขึ้นมาล้านกว่าบาทเพื่อจ้างที่ปรึกษาศึกษาในเรื่องที่ผมนั่งทำคนเดียว ผมบอกกับอธิบดีในยุคนั้นว่าไม่ต้องหรอกกว่าจะได้ที่ปรึกษา กว่าจะลงศึกษา กว่าจะเข้าไปช่วยเหลือ พอดีน้ำท่วมอีกรอบ เพราะท่วมรอบนี้จบไปแล้ว
ฉันใดก็ฉันนั้นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดภูเก็ตไม่ใช่เรื่องยาก
มีรถดับเพลิง มีรถบรรทุกน้ำ ก็เอาท่อสอดเข้าไปในคูระบายน้ำ เปิดน้ำแรงดันสูง ดันขยะออกไป แล้วให้คนช้อนตักขึ้นมาใส่รถบรรทุกเอาไปทิ้งหรือเอาไปถม ทยอยทำแบบนี้ทุกเดือน เท่ากับท่อระบายน้ำ ไม่มีเศษดินตะกอนและขยะไปหมกและกักทางระบายน้ำ
ไม่ต่างกัน ขุดลอกคูคลองบางใหญ่ให้ลึกจากที่เคยตื้นเขินในวันนี้ เปิดแผนที่ทางอากาศ ทวงคืนที่ดินที่ไปงอกทับที่คลองบางใหญ่เอากลับคืนมาทั้งหมด
แล้วปรับปรุงคลองบางใหญ่ให้มีความกว้างเท่ากับในอดีต เปิดดูซิ เปิดแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมออกมาดูและดำเนินการทวงคืน
แต่ทำอย่างที่ผมบอก เงินงบประมาณก็ไม่ได้ใช้ มันกลายเป็นปัญหาความเดือดร้อนของคนที่ออกไอเดียและแนวทางคิดที่จะใช้เงินงบประมาณไปเสียอีก
ผมนั่งอ่านวิธีคิดและวิธีการนำเสนอของแต่ละคน และหลายคนแล้ว ผมบอกตรงๆว่า ของง่ายๆและกล้วยๆทำไมไม่คิดทำ แถมไม่ได้ใช้เงินงบประมาณมากมายประการใดนัก
ผมแค่คิดน่ะครับยังไม่ได้ว่าใคร อย่ากินปูนร้อนท้อง

ปิดโหมดสีเทา