บทวิเคราะห์การเมือง » กรณีศึกษา:จำคุกทุจริตข้าวรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 

กรณีศึกษา:จำคุกทุจริตข้าวรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 

30 กันยายน 2017
124   0

 

หลักฐานต่างจากทุจริตข้าวรัฐบาลอื่นไหม?

 

พลันที่มีคำพิพากษาศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้จำคุกนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตปาร์ตี้ลิสต์อันดับหนึ่งของพรรคเพื่อไทย และเป็นอดีตผู้บริหารสูงสุดคนหนึ่งของกลุ่มเอส ซี เอสเซ็ทที่ทำบ้านจัดสรร

ทั้งที่ก่อนหน้านั้น มีคำพิพากษาออกมาให้จำคุกอดีตอธิบดี  อดีตรองอธิบดี อดีตเลขานุการกรม อันเป็นข้าราชการบำนาญในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ที่โดนกรณีกล่าวหาในลักษณะคล้ายคลึงกันและให้จำคุกกว่าคนละสามสิบปี

กลายเป็นประเด็นที่มีการตั้งข้อสงสัยกันว่า

การตรวจสอบหลักฐานของสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช.ดำเนินการไปด้วยความเท่าเทียมและเสมอต้นเสมอปลายกับทุกรัฐบาลไหม

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า  คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติก่อตั้งขึ้นมายาวนาน และคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ได้เคยมีมติในเรื่องการรับจำนำ  การแทรกแซงราคา การประกันราคา โดยใช้ชื่อแตกต่างกัน นับจากการแทรกแซงราคาข้าวเปลือกบ้าง การรับจำนำข้าวเปลือกบ้าง การประกันราคาข้าวเปลือกหรือข้าวสารบ้าง

ทั้งนี้และทั้งนั้นมีคนดำเนินการในสองกระทรวงคือกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ภายใต้การดำเนินการในภาคปฏิบัติของรัฐวิสาหกิจในสังกัดนับจากองค์การคลังสินค้าในสังกัดกระทรวงพาณิชย์และองค์การตลาดเพื่อการเกษตรภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ภายใต้คำพิพากษาของทุกคดีที่มีการจำคุกบุคคลที่เกี่ยวข้องนับจากกรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

กลายเป็นเอกสารในลักษณะเดียวกัน

ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายข้าวให้ต่างประเทศ หรือจำหน่ายยางพาราให้กับต่างประเทศในรูปของ จีทูจี จะเป็นไปในลักษณะเดียวกันกับกรณีที่มีการพิพากษาจำคุก

จึงกลายเป็นประเด็นส่งผลให้มีการโฟกัสไปที่

คณะอนุกรรมการไต่สวน และคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่มีการพิจารณา ไฉนจึงยกเรื่องราวของการสอบสวนในอดีตจากที่ควรเป็นความผิดร้ายแรงในการทุจริตไม่ว่าจะเป็นคดีทุจริตที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาและวินัยร้ายแรง

กลับกลายเป็นสรุปว่า ผิดวินัยไม่ร้ายแรง และไม่เกี่ยวพันกับการสั่งการของนักการเมืองระดับรัฐมนตรี

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า กรณีการตรวจสอบการทุจริตข้าวของคณะอนุกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการนโยบายและติดตามผลงานรายจ่ายงบประมาณประจำปีของสภาผู้แทนราษฏรเคยตั้งข้อสังเกตและส่งมอบให้กับตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและสำนักงาน ป.ป.ช.รวมไปถึงสำนักงาน สตง.

แต่จากวันนั้นยันวันนี้หาได้มีใครได้ทราบถึงเรื่องราวและรูปคดีแต่อย่างใด

ทั้งที่มีตัวตนของคนไปร้องทุกข์กล่าวโทษในเรื่องเยี่ยงนี้อย่างชัดเจน

กรณีการพิพากษาการทุจริตในการรับจำนำข้าวก็ดี  การจำหน่ายข้าวในเชิงรัฐบาลต่อรัฐบาลที่กลายเป็นประเด็นล้อเลียนว่า จีทูเก๊

กลายเป็นประเด็นที่จะต้องหันมาไล่เรียงและตรวจสอบย้อนหลังได้หรือไม่

จะเป็นบรรทัดฐานสำหรับรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าหรือไม่

กลายเป็นประเด็นที่น่าสงสัยและน่าศึกษาอย่างยิ่ง

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ในการดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ  ในครั้งนั้นเป็นการติดตามของหน่วยเฉพาะกิจของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่มีข้าราชการระดับสิบเป็นหัวหน้าทีมในการดำเนินการ

ไฉนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจึงปล่อยวางและวางเฉยต่อการดำเนินการในเรื่องนี้

จึงกลายเป็นประเด็นที่ชวนสงสัย

กลายเป็นประเด็นที่น่าฉงนใจยิ่งนัก

หากว่ากระบวนการทุจริตในการรับจำนำข้าวในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรจะต้องมีต้นน้ำยันปลายน้ำ

ไยจึงดำเนินการตรวจสอบและสั่งฟ้องเฉพาะตรงปลายน้ำ แต่ต้นน้ำจึงไม่ได้ดำเนินการใด

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า หลังคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติมีมติออกมาให้ดำเนินการรับจำนำข้าวเปลือกทุกเมล็ด

จะต้องมีหน่วยงานที่รับภาระไปทำไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ที่มีองค์การคลังสินค้า หรือ อคส.เป็นรัฐวิสาหกิจที่ต้องดำเนินงาน หรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะต้องมีองค์การเกษตรเพื่อเกษตรหรือ อตก. ต้องเป็นคนดำเนินการ

รัฐวิสาหกิจเหล่านี้จะต้องขึ้นตรงต่อกรมในสังกัดกระทรวง

รายงานการประชุม  บันทึกการแต่งตั้งและการออกคำสั่งใดๆมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ ลึกซึ้งแค่ไหน

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ในระดับจังหวัดจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานขึ้นมาที่จะต้องมีผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการต่างๆมาเป็นกรรมการ ในขั้นตอนนี้ได้มีการตรวจสอบแล้วหรือไม่ ผลการตรวจสอบออกมาเป็นอย่างไร

หากการทุจริตรับซื้อเกิดขึ้นจริง

ย่อมจะต้องเกิดจากต้นน้ำในการเริ่มกระบวนการรับจำนำข้าว ในการเข้าไปทำสัญญาเช่าโกดัง ในการปรับปรุงคุณภาพข้าว ในการประกันภัยข้าวทุกเมล็ดตามพันธะสัญญาและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ และจะต้องมีการเปรียบเทียบปรับคนที่ทำหน้าที่เซอร์เวเยอร์ในการเข้ามารับ

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า เซอร์เวย์เยอร์ในความหมายของสัญญาและเงื่อนไข คือบริษัทที่ผ่านการตรวจสอบมายาวนาน มีประสบการณ์ที่ดีเลิศและมีผู้ตรวจสอบอย่างดี แต่หากไปไล่เรียงกันจะพบว่า บริษัทเซอร์เวย์เยอร์ทุกยุคทุกสมัยจะเพิ่งก่อตั้งในระยะเวลาไม่กี่เดือนหรือไม่เกินหนึ่งปีก่อนที่จะเข้ามารับงาน

นั่นคือข้อพิรุธที่จะต้องสอบถามว่า

ไยหน่วยงานตรวจสอบจึงไม่ลงลึกในรายละเอียดตรงนี้

ยิ่งกลายเป็นประเด็นในทางลึก หากเข้าไปตรวจสอบโกดังจะพบว่า องค์การคลังสินค้ามีโกดังว่างเปล่ามากมายทั่วประเทศ  องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรหรือ อตก.มีโกดังว่างทั่วประเทศ

เหตุใดจึงไม่ใช้โกดังของตนเองในการเก็บดูแลบำรุงรักษาข้าว

ไยจึงต้องไปเช่าเอกชนแบบสัญญาเช่าค่อนข้างจะมีเงื่อนงำในการดำเนินการ

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า กระบวนการในการตรวจสอบคุณภาพข้าวให้ตรงกับราคา

กระบวนการลักลอบขนข้าวจากเขมร พม่า และลาวเข้ามาสวมสิทธิ์การเป็นข้าวไทยเพื่อเข้าสู่กระบวนการรับจำนำข้าว

ทุกคนทราบเป็นอย่างดีว่ามีการดำเนินการเยี่ยงนี้

ไฉนจึงไม่มีการตรวจสอบลงลึกในรายละเอียดส่วนนี้

กลายเป็นประเด็น

ที่จะต้องทวงถามหาความถูกต้องที่จะต้องตรวจสอบย้อนหลังไป ตราบใดที่มีกฏหมายออกมาว่า การทุจริตไม่มีการหมดอายุความ

ฤา ความผิดในการทุจริตจะมีเฉพาะกลุ่มที่ไม่ครอบคลุม

ฤา จะถ่างรอยแยกของความปรองดองภายในประเทศให้ออกกว้าง