มองแบบเผ่าเทพ » “กฎหมู่”ต้องไม่เหนือ”กฎหมาย”

“กฎหมู่”ต้องไม่เหนือ”กฎหมาย”

25 กันยายน 2017
34   0

 

บทความนี้มิได้มีเจตนาที่จะซํ้าเติม “พธม.” แต่อย่างใด หากอยากจะชี้ให้คนรุ่นหลังเห็นถึงความเป็น
“กฎหมู่”
ซึ่งจะต้องไม่เหนือ
“กฎหมาย”ตลอดไป
“กฎหมู่”ที่ทรงอานุภาพที่สุดในเมืองไทยก็คงได้แก่ “กฎหมู่การเมือง”มากกว่า “กฎหมู่ชาวบ้าน”ในขณะเดียวกัน “กฎหมู่การเมือง”ก็ทำความเสียหายให้แก่ประเทศชาติและสังคมคนไทยพอสมควร “กฎหมู่การเมือง”
ปฏิวัติ-รัฐประหาร
และกฎหมู่การเมืองทุกคณะไม่ปฏิบัติตามตัวบทกฎหมายเลย เราเห็นด้วยกับการประท้วง การรวมพลคัดค้านพฤติกรรมบางอย่างของรัฐบาลหรือแม้ของเอกชนบางรายการในระบอบประชาธิปไตยเป็นของธรรมดาสามัญ แต่การประท้วงนั้นต้องอยู่ภายใต้ “กฎหมาย”ไม่ใช่อยู่เหนือ “กฎหมาย” จะทำอะไรก็ได้ดังใจ เช่น พธม.เคยทำมาแล้วในรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อปี พ.ศ. 2551 รัฐบาลนั้นไม่เคยได้ใช้ “ทำเนียบ”เป็นสถานที่ทำงานเพราะ “พธม.”ยึด
ที่ “พธม.”เลยเถิดไปก็คือ ไปยึดสนามบินทั้ง 2 แห่งทำให้ศาลพิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่บริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.)เป็นจำนวนเงินกว่า 255 ล้านบาทบวกดอกเบี้ย 7.5 % ต่อปีตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. 2551 ร่วม 10 ปีมาแล้ว กว่าคดีจะเสร็จก็ร่วม 1,000 ล้าน เพราะคงอีกหลายปีกว่ากรมบังคับคดีจะดำเนินการแล้วเสร็จ
1,000 ล้านเฉลี่ยนคนละร่วม 100 ล้านบาทคงไม่มีใครจ่ายแน่ๆ ป่านนี้แต่ละท่านก็คงไม่มีทรัพย์สินอะไรให้ยึดแล้ว ในที่สุดก็คงต้องเข้าสู่กระบวนการฟ้องล้มละลาย ซึ่งปรากฎการณ์ที่ผ่าน ๆ มา ผู้ล้มละลายเกือบทั้งหมด “ล้มบนฟูก” ล้มละลายแล้วยังมีบ้านหรูอยู่ อ้างว่าบ้านญาติให้อยู่ มีรถหรูขับบอกเพื่อนให้ใช้ มีเงินใช้ฟุ่มเฟือยเหมือนเดิมบอกลูกเอื้อเฟื้อ ฯลฯ นี่ กม.ล้มละลายใหม่กำลังจะคลอดไม่ทราบออกมาในรูปใด
แต่กรณีที่ศาลสั่งปรับ “คนจน”ไม่มีเงินจ่าย 1,000 บาท 10,000 บาท ต้อง “จำคุก”แทน แต่คนมีสตางค์ล้มละลาย “ติดคุก”แทนไม่ได้ ตลกดี กม.ไทย
อย่างไรก็ตามคดีของ “พธม.”ยังไม่จบที่จบไปนั้นเป็นความแพ่ง อัยการยังเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมืองต่อ พธม.อีก แต่คดีนี้จำเลยกับพวกโดน 98 คน แต่ชาตินี้ไม่ทราบจะเสร็จไหม สืบพยายานโจทก์ยังไปไม่ถึงไหน ม.ค. 2561 จะมีการสืบอีก แล้วพยานจำเลยล่ะคงอีกเป็นร้อยเป็นพัน ถ้าไม่มีกำหนดเวลาคดีลักษณะนี้ 10-20 ปีไม่เสร็จ
นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ไม่ทำให้ผู้ประท้วงกลัวความผิด กลัว กม. ทำให้เขาอยู่เหนือกม. เพราะความล่าช้า อืดอาดของกฎหมายจำเป็นต้องแก้ไข มิฉะนั้นเหตุการณ์เช่น กปปส.ยึด กทม.ยึดสถานที่ราชการแทบทั้งหมดก็จะยังคงมีได้ในอนาคต
ไม่ว่า กม.ว่าด่วยการชุมนุมประท้วงต่างๆ จะรัดกุมดีแค่ไหน พวก “กฎหมู่”ก็จะไม่กลัว ไม่ทำตาม ตราบใดที่การตัดสินคดียังล่าช้า อืดอาดอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ บ้านเมืองเสียหายมาไม่น้อยเลยกับ “กฎหมู่” ที่ประท้วงแบบพวกมากลากไป ใช้เหตุใช้ผลไม่ฟังใครเลย ก็เพราะ “กฎหมาย”ให้ท้ายพวกเขา
ขณะนี้ประชาชนชื่นชมยินดีกับ รบ.คสช. เพราะบ้านเมืองสงบ ไม่มีการประท้วง เช้า-เย็นเช่นสมัย รบ.เลือกตั้งก็เพราะ คสช.ใช้อำนาจตามกฎหมาย ใครผิดกฎหมายจะโดนจัดการทันที หรือ คสช.จะแก้ปัญหาได้เร็วอย่างน้อยก็เปราะแรก แต่ รบ.เลือกตั้งทั้งหลายกลัว “กฎหมู่” กลัวคะแนนเสียงหรืออะไรไม่ทราบปล่อยให้ปัญหาบานปลายจนในที่สุด “ทหาร”ต้องเข้ามาฉีก รธน.ทิ้ง!!
เราเป็นห่วงหลังเลือกตั้ง 2561 นี้หาก คสช.ไม่ได้เข้ามาเป็นนายกฯ “ทหาร”กลับเข้ากรมกองไปแล้ว รบ.จะถูกพวก “กฎหมู่”ออกมาประท้วงอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่า ปชป. เป็น รบ. หรือฝ่ายทักษิณเป็น รบ. ก็จะมี “เสื้อแดง”มี “กปปส.”ออกมาประท้วง ออกมายึดโน่น ยึดนี่ แล้ว “รัฐประหาร”ก็จะตามมาอีก!!?
กลัวจริงๆครับ
ปัญหาเฉพาะหน้าขณะนี้ฝ่ายยุติธรรมต้องรีบสางคดี พธม.ให้เสร็จโดยเร็วทั้งยึดทรัพย์ 522 ลบ. และคดีอาญาเพื่อให้ชนรุ่นหลังหวาดผวาบ้าง บ้านเมืองจะสงบมากถ้าไม่มีพวก “เสื้อแดง” และ “กปปส.”ออกมาวุ่นวาย
ท้ายที่สุดก็ขอแสดงความเสียใจกับ 13 ท่านผู้ตั้งใจทำงานเพื่อชาติ แต่ท่านบังเอิญทำผิดกฎหมาย ซึ่งท่านจุดเทียนเล่มแรกให้ “กฎหมู่”จะอยู่ใต้ “กฎหมาย””

ปิดโหมดสีเทา