ข่าวภูเก็ต » ภูเก็ตจัดงาน Phuket Money Fair 2017 ผู้ประกอบการและประชาชนสนใจร่วมงานกว่า 500 คน

ภูเก็ตจัดงาน Phuket Money Fair 2017 ผู้ประกอบการและประชาชนสนใจร่วมงานกว่า 500 คน

14 กันยายน 2017
134   0

ภูเก็ตจัดงาน“โครงการสานพลังประชารัฐขับเคลื่อนนโยบายการคลังสู่ชาวภูเก็ต Phuket Money Fair 2017 # 1” เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปได้เข้าใจนโยบายด้านการคลังของรัฐบาล

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.60 เวลา 09.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลลูม โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน เปิดโครงการ สานพลังประชารัฐขับเคลื่อนนโยบายการคลังสู่ชาวภูเก็ต Phuket Money Fair 2017 # 1 โดยมี นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ,หัวหน้าส่วนราชการ ,คณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดภูเก็ต หรือ คบจ. และประชาชน เข้าร่วม

นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่ารัฐบาลนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ เพื่อให้การบริการประชาชนของภาครัฐ ให้ มีประสิทธิภาพขึ้น ตอบโจทย์ของการเข้าสู่ยุค 4.0 และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล พัฒนาระบบการชำระเงินของประเทศ “แบบดิจิทัล”อย่างเต็มศักยภาพเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน,เพิ่มประสิทธิภาพของระบบ รวมทั้งลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจและประชาชนรายย่อย โดยภาครัฐได้ดำเนินการในหลายมิติพร้อม ๆ กัน ทั้งการสนับสนุนการใช้ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ของประชาชน เพื่อให้เกิดความสะดวกสบาย ไม่ต้องถือเงินสด ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอน หรือเงินหล่นหาย ในขณะเดียวกัน ก็ได้เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบในภาพรวม

โดยมีการวางมาตรฐานความปลอดภัยให้ทั่วถึง และเป็นธรรม ซึ่งหากประชาชนและภาคธุรกิจหันมาใช้การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ใช้บัตรเดบิต หรือชำระค่าสินค้าและบริการผ่านทาง QR code โทรศัพท์มากขึ้น ร้านค้าต่างๆ ก็จะปรับตัว ให้รองรับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ ๆ หรือใช้บัตรมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เกิดความคล่องตัว ในการซื้อขายสินค้าบริการ หรือโอนเงินแล้ว ยังจะช่วยลดการใช้เงินสดในระบบที่เป็นต้นทุนลงได้ ปรับเข้าสู่ยุค “สังคมไร้เงินสด ในการนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย จัดทำโครงการ National e – Payment เพื่อพลิกโฉมการชำระเงินของประเทศขึ้น เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่สะดวก ประหยัด ปลอดภัย และเป็นธรรม

อาทิ “โครงการพร้อมเพย์” ซึ่งเป็นการส่งเสริมการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ “ไม่ใช้การ์ด” เพราะเป็นการโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือหรือระบบอินเตอร์เน็ต สนับสนุนให้การโอนเงินระหว่างประชาชน หรือการโอนชำระค่าสินค้าและบริการให้กับร้านค้า ทำได้สะดวกและมีต้นทุนค่าธรรมเนียมการโอนที่ถูกลงมาก

สำหรับความกังวลว่าการสมัครพร้อมเพย์ อาจทำให้ภาครัฐเข้ามาตรวจสอบการโอนเงิน หรือการชำระภาษี เป็นคนละเรื่องกันเพราะหากภาครัฐต้องการจะตรวจสอบในเรื่องเหล่านี้ก็สามารถทำได้ตั้งแต่ในระบบการโอนเงินแบบเดิม

อย่างไรก็ตาม นอกจากการที่รัฐบาลนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ พัฒนาระบบการชำระเงินของประเทศ “แบบดิจิทัล” แล้ว ยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและส่งเสริมความเป็นอยู่ของภาคประชาชน ได้แก่ การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน ดังนั้น การจัดโครงการ ฯ ในวันนี้ จึงเป็นสิ่งที่ดี ช่วยให้ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปได้เข้าใจนโยบายด้านการคลังของรัฐบาล

นางลัดดา พุทธชาติ คลังจังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธานคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดภูเก็ต หรือ คบจ. กล่าวว่า การจัดโครงการ สานพลังประชารัฐขับเคลื่อนนโยบายการคลังสู่ชาวภูเก็ต Phuket Money Fair 2017 # 1 เป็นโครงการที่จัดขึ้น เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่กระทรวงการคลังผู้รับผิดชอบดำเนินการ มีวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการผลิกโฉมระบบการชำระเงินของประเทศไทย “โครงการ National e-payment” สร้างการรับรู้และป้องปรามธุรกิจการเงินนอกระบบ/ภัยทางการเงิน แชร์ลูกโซ่ เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชน เข้าถึงแหล่งเงินทุนตามนโยบายรัฐ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับนวัตกรรมทางการเงิน สร้างการรับรู้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของผู้ประกอบการและประชาชน อาทิ กองทุนการออมแห่งชาติ (บำนาญภาคประชาชน) สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการประกันภัย ทั้งนี้จัดงาน Phuket Money Fair 2017 # 1

แบ่งเป็น 2 โซน คือ ในห้องประชุมเป็น โซนการให้ความรู้ เน้นการให้ความรู้เรื่อง ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย (National e–payment) และส่งเสริมความรู้เรื่องภัยทางการเงิน/ป้องปรามธุรกิจการเงินนอกระบบ โดยท่านวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จากธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ และการให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินการทางธุรกรรมกับธนาคาร เรื่อง “กู้อย่างไร ให้ได้เงิน” โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (บสย.) และผู้จัดการ SME BANK และการให้ความรู้เรื่องระบบการเงินและนวัตกรรมทางการเงินยุค 4.0 โดยธนาคาร ธกส. และ ออมสิน

สำหรับโซนการให้บริการ อยู่ด้านนอกห้องประชุม จัดเป็นคลินิกให้บริการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง ได้แก่ คลินิกให้คำปรึกษาและสนับสนุนสินเชื่อ ค้ำประกันสินเชื่อ ตามนโยบายรัฐบาล,คลินิกแก้ไขหนี้นอกระบบ ตามนโยบายรัฐ ,คลินิกให้บริการความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษี,คลินิกให้บริการรับเรื่องร้องเรียนประกันภัย,คลินิกให้คำปรึกษาและรับสมัครสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ โดยการจัดงานมีผู้สนใจเข้าร่วมงาน กว่า 500 คน