ข่าวภูเก็ต » สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต เร่งขับเคลื่อนการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต เร่งขับเคลื่อนการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี

13 กันยายน 2017
57   0

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต เร่งขับเคลื่อนการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี ตามแนวประชารัฐประจำจังหวัดภูเก็ต พร้อมอนุมัติเงินสินเชื่อ จำนวน 5 ราย รวมวงเงินกว่า 17.7 ล้านบาท

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 12 ก.ย. 2560 ที่ห้องประชุมสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐประจำจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 6 เพื่อให้การสนับสนุนช่วยเหลือเอสเอ็มอี ที่มีศักยภาพในการต่อยอดพัฒนาธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมีนายวัชรินทร์ ไชยานุพงศ์ อุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต และคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐประจำจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม

นายวัชรินทร์ ไชยานุพงศ์ อุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐประจำจังหวัดภูเก็ต ได้มีประกาศคณะอนุกรรมอนุกรรมการบริหารกองทุนฯ เรื่องเพิ่มธุรกิจที่อยู่ในข่ายได้รับการสนับสนุนจากกองทุนฯ และขยายเวลารับคำขอสินเชื่อของธุรกิจที่อยู่ในข่ายสนับสนุนจากกองทุน ฯ ออกไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 โดยให้มีรอบการพิจารณาทุก 15 วัน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอี เข้าถึงการสนับสนุนด้านสินเชื่อของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐได้อย่างครบถ้วน โดยได้ประกาศเพิ่มธุรกิจที่จังหวัดมีแผนหรือโครงการที่จะส่งเสริมพัฒนาเป็นพิเศษ โดยเน้นการพัฒนากลุ่ม SMEs ในบางสาขาธุรกิจ (Sector) หรือคลัสเตอร์ธุรกิจ (Cluster) เกี่ยวพันเป็นห่วงโซ่อุปทานหรือพื้นที่เฉพาะ (Area) ทั้งนี้จะต้องเป็นประเด็นการส่งเสริมพัฒนาที่ชัดเจน อาทิ ธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ, ธุรกิจดิจิทัล, ธุรกิจ MICE, ธุรกิจ Marina เพื่อเป็นการสนับสนุนธุรกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศและของจังหวัดภูเก็ต

โดยการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนฯ ครั้งที่ 6 นี้ ได้มีการพิจารณาคำขอสินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ ที่ผ่านการพิจาณากลั่นกรองจากคณะอนุกรรมการวิเคราะห์เอสเอ็มอีทางการเงินประจำจังหวัดภูเก็ต จำนวน 9 ราย โดยที่ประชุมได้มีมติอนุมัติสินเชื่อกองทุน จำนวน 5 ราย รวมวงเงินที่อนุมัติ 17.7 ล้านบาท ส่วนอีก 4 รายที่เหลือให้นำเข้าข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาในรอบต่อไป