จากสำนึกสู่ปากกา » หัวโขนที่ต้องถอด

หัวโขนที่ต้องถอด

5 กันยายน 2017
74   0

 

เหลืออีกไม่กี่วัน คนที่เป็นข้าราชการที่ถึงวัยต้องเกษียณอายุราชการ จะต้องเก็บข้าวของออกจากที่ทำงาน จะต้องกลับไปบ้าน จะต้องอยู่กับสิ่งที่เรียกตัวเองว่า

เหงา ซึมเศร้า

หลายคนเคยมีอำนาจหน้าที่ เคยสั่งการใครต่อใครได้ เคยถือกฏหมายที่ไปบังคับใครต่อใครได้ และก่อนจะพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ เคยเกรี้ยวกราด พอพ้นจากตำแหน่งก็หมดหัวโขนที่สวมใส่ หมดตำแหน่งที่คนเกรงกลัว ก็ย่อม

หมดบารมีและหมดอำนาจ

ครั้นเมื่อเกษียณอายุ บางคนยังหลงว่าตัวเองยังมีอำนาจอยู่ ไปเกรี้ยวกราดสั่งการคนที่เคยชี้หน้าด่าได้ แต่เขาหัวเราะและมองแบบเหยียดหยามก็เกิดอาการ

ทำใจไม่ได้

เครียด

และเรามักจะพบเสมอว่า คนที่เป็นข้าราชการประเภทนี้มักจะอายุสั้น เกษียณอายุราชการไปสักสองสามปีก็เสียชีวิตด้วยโรคภัยต่างๆและบางคนที่เคยมีอำนาจ พออำนาจหมดไป เคยมีลูกน้องเข้าหา พอตำแหน่งไม่มี ไม่มีใครเข้าหา ทนไม่ไหว ท้ายสุดก็หยิบปืนออกมายิงตัวตายอย่างที่เป็นข่าวมากมาย

หัวโขนที่สวมใส่ เป็นเพียงแค่สิ่งสมมุติขึ้นมาทั้งสิ้น

ชีวิตที่ปกติสุข นั่งกินข้าวริมถนนคนเดียวหรือหลายคน เดินเล่นตามห้างสรรพสินค้า ชมอะไรเรื่อยเปื่อยไป โดยไม่มีคนห้อมหน้าล้อมหลัง เป็นชีวิตที่มีความสุขที่สุด ไม่ต้องวุ่นวายกับการรับคำสั่งใครที่สั่งด้วยความไม่ชอบด้วยข้อระเบียบและกฏหมาย

หลายต่อหลายคน ในห้วงสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการต้องการจะหาเงินทุนตุนเอาไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณอายุราชการ เซ็นต์และทำโครงการอุตลุตวุ่นวายไปหมด

ตอนมีตำแหน่งเรียกใครต่อใครมาสั่งได้

แต่พอเกษียณไป โดนเรียกไปสอบสวนจากหน่วยงานนั้น หน่วยงานนี้ จะหันไปขอความร่วมมือจากลูกน้องเก่าเพื่อขอเอกสารก็โดนปฏิเสธ จะหันไปทางไหนก็ไม่มีใครใส่ใจ กระทั่งเดินสวนทางกันกับคนที่ยกมือไหว้และคอยติดสอยห้อยตามเขาก็ไม่ใส่ใจและไม่มองด้วยสายตาของคนเป็นเจ้านายดั่งแต่ก่อน

อำนาจที่มีมาเมื่อหลุดลอยไปจากการเกษียณอายุราชการ ทุกอย่างก็จบสิ้น

หลายคนที่เกษียณไป พยายามที่จะกลับมาหน่วยงานเดิม โดยอาศัยลูกน้องใกล้ชิดที่ผลักดันขึ้นมาสืบสานอำนาจต่อ

พลอยได้หน้าได้ตาและเชิดหน้าชูตาบ้าง

เราจึงไม่ค่อยจะแปลกใจกันนักว่า ทำไมข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะผลักดันลูกน้องใกล้ชิดสนิทสนมขึ้นมามีตำแหน่งไล่หลังกันไป และวางเป็นทอดๆอย่างน้อยห้าหรือหกรุ่นเพื่ออะไร

เพื่อเวลาตัวเองจะสั่งการหรือฝากฝังอะไร

คนเหล่านี้จะนึกถึงบุญคุณที่เจ้านายผลักและดันขึ้นมา

ในการมีตำแหน่งหน้าที่จะต้องมีทั้ง

พระเดชและพระคุณ

จะใช้อำนาจหน้าที่สั่งให้ใครทำงานตามกรอบแห่งระเบียบ

ขณะเดียวกันจะต้องเป็นคนเสียสละให้กับคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาบ้าง ไม่มากก็น้อย

อย่างน้อยที่สุดให้เขารักและให้เขาคิดถึงเรา

เดือนกันยายนจะเป็นเดือนสุดท้ายของข้าราชการ หลายคนอาจจะต้องย้ายไปทำหน้าที่อื่น ที่อื่น หลายคนเกษียณอายุราชการ และหลายคนพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ราชการจะต้องไปขึ้นศาล ไปให้หน่วยงานตรวจสอบการทุจริตทำหน้าที่ในการตรวจสอบ

เป็นวัฏจักรกันไป ตามแต่บุญแต่กรรมของแต่ละคนที่สร้างเอาไว้

ผมขอให้คนที่มีตำแหน่งหน้าที่ราชการในวันนี้ของบ้านนี้เมืองนี้หันมองคนที่เคยเป็นข้าราชการแต่พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เพราะเกษียณมาเป็นข้าราชการบำนาญแต่โดนดำเนินคดีและจำคุกนั่นหมายถึงชื่อเสียงเกียรติยศที่สั่งสมมาต้องพลอยหมดไปกับการโดนไล่ออกจากการราชการต้องโดนริบบำเหน็จบำนาญ สิทธิสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลกระทั่งเครื่องราชฯที่เคยรับไปจะต้องเอามาคืน

เหลือเวลาเดือนสุดท้ายของชีวิตราชการ

ลองถามตัวเองว่า เราทำเวรทำกรรมกับใครบ้าง เราดูแลทุกข์สุขให้ประชาชนมากน้อยแค่ไหน อย่างไร เราเอารัดเอาเปรียบราชการและสังคมมาบ้างหรือไม่

เช่นเดียวกัน เกษียณอายุราชการไป สงบนิ่งในใจ ในอารมณ์และทำใจให้เห็นความจริงที่กระจ่างแจ้งของโลกว่า อำนาจล้วนแล้วแต่หมดไป

และผมขอให้ข้าราชการทุกท่านที่เกษียณอายุราชการในปีนี้ ขอให้ประสบโชคดี รอดพ้นจากถูกสอบสวนทุจริตทั้งหลายทั้งปวงน่ะครับ

และถามตัวเองว่า ทำความดีให้ประเทศ สังคมและประชาชนผู้เสียภาษีมากน้อยแค่ไหน