จากสำนึกสู่ปากกา » ชีวิตคนทำข่าวและรายการ

ชีวิตคนทำข่าวและรายการ

3 กันยายน 2017
28   0

 

วงการโทรทัศน์ในยุคกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อคมาเป็นระบบดิจิตอล ทำให้เกิดการตื่นตัวกันขึ้นระหว่างคนลงทุนใหม่ที่จะต้องควานหาพิธีกรและคนทำข่าวคนดังจากสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นที่เจ้าของสถานีไม่ค่อยจะใส่ใจคนในสังกัดของตัวเองสักเท่าไหร่

ในยุคของการรายงานข่าวกำลังเฟื่องฟูจากการที่มีพิธีกรคนดังคนหนึ่งที่พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นมาจุดขายและจุดหาโฆษณา สร้างฐานะร่ำรวยมากมายให้กับตัวเอง

การซื้อตัวพิธีกรหรือนักข่าวหรือเจ้าของรายการจากช่องหรือค่ายต่างๆกระทำกันอย่างต่อเนื่องและไม่ใส่ใจว่าเจ้าของช่องจะรู้สึกอย่างไร

ดูเหมือนว่าบางช่องจะเป็นที่ต้องตาติดใจแก่บางช่องจนกระทั่งมีการซื้อตัวออกมา โดยทางช่องใหม่จ่ายเงินให้กับคนทำรายการหลายคน ตามแต่ว่าจะตกลงในการซื้อตัวที่นอกเหนือจากเงินเดือน บางรายได้รับเงินสดๆจากการย้ายค่ายในวงเงินหนึ่งล้านบาทบ้าง ไล่เรื่อยไปจนถึงห้าล้านบาท เป็นเงินกินเปล่า ในทำนองค่าเขียนใบลาออกจากค่ายเดิม พอเขียนใบลาออกเอามาให้ดู จะจ่ายเงินสดทันทีตามที่ตกลงกันในเงื่อนไข

พิธีกรหลายรายพอมีเค้าว่ามีการเจรจากัน ทางช่องหลายสีก็อาจจะบีบให้ออกจากการเป็นพนักงานทันทีหรืออาจจะย้ายเวลาเป็นการบีบทางออกเพื่อให้ความนิยมของรายการตกต่ำลง

หลายพิธีกรหัดขับเดินออกจากค่ายต่างๆไม่ว่าจะเป็นค่ายสีอะไรก็ตามแต่  พอออกไปแล้ว หลายคนอาจจะไม่สามารถทำตามใจตัวเองเหมือนอดีตที่เคยทำ

และการลาออกไปสู่สังกัดใหม่จะโดนข้อผูกมัดในสัญญาเอาไว้ว่า หากจะลาออกจากช่องใหม่ จะไม่ย้ายไปสังกัดช่องเดิม มิเช่นนั้นจะถือว่าเป็นการผิดเงื่อนไขสัญญาและจะนำไปสู่การเรียกร้องค่าเสียหาย

นักอ่านข่าวหลายคนที่มีอายุมากขึ้น หน้าตาไม่จิ้มลิ้มเหมือนสมัยตอนอ่านข่าวช่องเดิม แต่งหน้าอย่างไรก็ไม่สามารถช่วยได้ แถมความสามารถในการอ่านข่าวหรือลีลาก็ไม่สามารถดึงดูดใจได้อีก และที่สำคัญคือ

ฝ่ายขายโฆษณาเอาไปขายแล้ว ไม่มีเจ้าของงบโฆษณาหรือเอเย่นซีรายไหนสนใจ จึงถูกเขี่ยทิ้งออกไป

หลายคนพอไปอยู่ช่องใหม่ มีปัญหาไม่สามารถเดินตามแนวเดิมที่เคยทำได้ในช่องเดิม

จึงเกิดการขัดแย้งและท้ายสุดเขาก็ถอดออกจากรายการและไม่ให้ทำรายการ หรือถึงขั้นเรียกมารับซองขาวให้ออกจากสถานีโดยจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นตามที่กฏหมายกำหนดไว้ทุกประการ

เมื่อจะกลับไปช่องเดิม กลับไม่ได้เพราะติดเงื่อนไขสัญญากับช่องใหม่ที่ลาออกมาสังกัดค้ำเอาไว้

ก็ต้องไปหาโฆษณามาจ่ายค่าเวลาในสถานีอื่นๆที่คนนิยมน้อยกว่า เพื่อทำรายการของตัวเอง

จากที่เคยเบิกค่าใช้จ่ายได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมันรถ ค่าโรงแรมที่พัก ค่าอาหารและค่าเบี้ยเลี้ยงแถมอาจจะได้สัดส่วนเปอร์เซ็นต์จากการหาโฆษณามาเข้ารายการ

กลับกลายเป็นว่า ต้องดิ้นรนหามาให้ตัวเองและทีมงานใช้จ่าย

ในที่สุด ช่องใหม่ไม่สามารถดันรายการตัวเองให้กลับมาดังได้  โฆษณาไม่เข้า รายรับไม่พอรายจ่าย ท้ายสุดต้องเลิกล้มความตั้งใจ หลบไปเลียแผลใจและคอยไปสมัครงานยังช่องอื่นๆที่ยากต่อการรับเข้ามาทำงานเพราะเขาถือว่า

รับคนใหม่มาฝึก ยังหัวอ่อนและทำตามเจ้าของสถานีมากกว่ารับคนเก่าที่ต่อรองเงินเดือนแถมดื้ออีกต่างหาก

เราจึงเห็นนักจัดรายการจำนวนไม่น้อย พิธีกรจำนวนไม่น้อย หายไปจากหน้าจอโทรทัศน์

หลายคนต้องดิ้นรนให้อยู่ในวงการเพราะออกไปแล้วเฉา จึงต้องไปหาช่องดาวเทียมเข้ามาทดแทน

และทำรายการให้ฟรี พอมีโฆษณาเข้ามาจะต้องแบ่งให้เจ้าของช่องและเจ้าของสถานี

ชีวิตคนทำข่าว คนเป็นพิธีกรวันนี้ไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน แม้นว่าจะมีช่องให้ออกรายการมากมายก่ายกองก็ตาม และบางพิธีกรออกแทบจะทุกช่องเพราะชื่อเสียง แต่พอวันไหนร่วงโรยลงไป ก็จะค่อยๆถูกแต่ละช่องถอดออกจากรายการไปเรื่อยๆ

บางคนลาออกจากสังกัดเดิมไปตั้งบริษัทใหม่ และหากเกิดคนดูติดใจ อาจจะทำให้รายการติด แต่หากวันหนึ่งถ้าไปทำกับหน่วยงานของรัฐและถูกร้องเรียนกรณีตุกติกอะไรก็ตามแต่

วิบากกรรมที่ออกมาจะทำให้คนข่าวที่ไม่ได้รอบคอบในเรื่องของตัวเอง ถนัดในอีกเรื่องจะสะดุดขาเหมือนกับที่เราท่านทั้งหลายได้สดับตรับฟังข่าวและภาพจากหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์

ชีวิตการเขียนหนังสือ การทำข่าวของผม คนไหนที่ผมเกลียด ผมจะเลี่ยงการเขียนถึง เลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์เพราะไม่เช่นนั้นความเป็นกลางจะสูญหายไป

ผมไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์ตัวบุคคล แต่ผมจะเน้นในตำแหน่งหน้าที่ที่เขาจะต้องรับผิดชอบมากกว่าที่จะเน้นตัวบุคคล เพราะตัวบุคคลโยกย้ายออกไปได้ แต่ตำแหน่งยังจะต้องคงค้างเอาไว้ชั่วนิจนิรันดร

นับจากอดีตจนถึงวันนี้ ผมมักจะไม่ค่อยแนะนำตัวของผมให้ใครรู้จักว่า ผมเป็นใคร เขียนหนังสือหรือทำข่าวหนังสือพิมพ์ อดีตที่ผ่านมาเมื่อผมทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัด ผมไม่เคยไปทานข้าวฟรีหรือรับของฟรีจากใครทั้งสิ้น ไม่ทำตัวให้ใครรู้จักแต่ผมจะแทรกเข้าไปทุกวงการและนำเสนอข่าวที่พบและเห็นมาอย่างเที่ยงธรรมเสมอ ผมจึงไม่ยอมรับคำเชิญใครทั้งสิ้นที่ให้นั่งเครื่องฟรี กินฟรี ไปไหน