จากสำนึกสู่ปากกา » ปวนพุแห่งหนองหิน เมืองเลย

ปวนพุแห่งหนองหิน เมืองเลย

21 สิงหาคม 2017
93   0

 

ไกลออกไปจนเลยอำเภอวังสะพุง เข้าซอยเลี้ยวเข้าไปในย่านหนองหิน ที่อดีตเป็นเพียงแค่หมู่บ้านเล็กๆ  แต่พื้นที่ตรงนี้ในอดีตเคยเป็นป่าทึบ ดกดื่นด้วยพันธ์ไม้สูงนานาชนิดและเป็นอีกพื้นที่สีแดงสดในอดีตของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยและเป็นที่ตั้งของกองทัพปลดแอกแห่งประเทศไทยอีกส่วนหนึ่ง

ในหน้าแผนที่การสู้รบทางยุทธศาสตร์ของการเปิดยุทธการในยุทธศึกชิงมวลชนในหนนั้น ผืนดินตรงนี้เคยอาบเลือดและฝังร่างคนถูกสังหารไม่น้อย

ชาวบ้านที่นี่กำลังพัฒนาตัวเองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน โดยการรวมตัวของนายบุญลือ พรหมหาลา ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้าน

ผมนั่งสนทนากับชาวบ้าน จึงได้ข้อมูลมาว่า พื้นที่ตรงนี้จะมีปลูกข้าวไร่และจะเป็นข้าวเหนียวเสียส่วนใหญ่ โดยพื้นฐานแล้ว ข้าวที่นี่จะเฉลี่ยได้ไร่ละราว 7-8  ถุง ในปริมาณถุงละ 40 กิโลกรัม

พื้นที่ตรงนี้จะปลูกมันสำปะหลังที่ได้ประมาณไร่ละ 6-7  ตันในราคาตันละราว 1,500-1,600  บาท ในขณะที่พื้นที่ตรงนี้ยังสามารถปลูกอ้อยได้อีก เพียงแต่อ้อยจะแตกต่างจากพืชผลทางการเกษตรอื่นตรงที่ต้นหนึ่งสามารถตัดได้ 3-4  ครั้งจากตอเดิม ถ้าหากดินตามปกติจะได้ผลผลิตราว 17-18 ตันต่อไร่ แต่หากในพื้นที่ตรงไหนที่ดินดีจะได้ถึงไร่ละ 20  ตัน ราคาไร่ละพันบาท

                ชาวบ้านปลูกยางพาราหลังจากเกษตรกรกลับจากภาคใต้เลิกกิจการกรีดยางกลับบ้านเกิดมาปลูกยางพาราเองภายใต้นโยบายของรัฐบาลในยุคนั้นแจกกล้ายางพาราฟรี และปลูกกันสนั่นหวั่นไหว คนในพื้นที่นี้ไม่มีใครทำยางแผ่นรมควันแต่จะเปิดหน้ายางเพื่อเอาขี้ยางไปขายได้ 4 กิโลกรัมต่อ  100 บาท

ผมถามชาวบ้านว่า ราคาขี้ยางพารา 4 กิโลกรัม 100  บาทอยู่ได้ไหม เขาตอบว่าอยู่ได้สบายๆ ถ้าไม่ทำตัวเหมือนคนปักษ์ใต้ที่พอได้ยางพารามา เอาไปกิน ไปเที่ยว ไปซื้อรถใหม่ถอยมือถือราคาแพง แต่คนในพื้นที่จะอยู่ได้ ส่วนมากมักจะปลูกคนละราว 7 ไร่ อาทิตย์หนึ่งจะเก็บขี้ยางขายครั้งในแต่ละครั้งจะได้ราว 200-300 กิโลกรัม เขาบอกว่า ไม่เดือดร้อนการทำมาหากินที่นี่อุดมสมบูรณ์ทางการเกษตร

นี่คือพื้นที่บ้านผาหวาย ในหมู่ 3  ตำบลปวนพุ อำเภอแหลมหิน จังหวัดเลย

ภายในบริเวณละแวกบ้านแห่งนี้  ชาวบ้านจะมีอาชีพประการหนึ่งคือ รับออร์เดอร์จากร้าน 20  บาททุกอย่างทำกระปุกออมสินจากไม้ไผ่  โดยเจ้าของบ้านที่รับจ้างทำเหล่านี้  จะซื้อไม้ไผ่มาจากคนที่ไปตัดไม้ไผ่มาขายในราคาข้อละ  2  บาท  ปกติแล้วต้นหนึ่งที่เขาตัดมา จะมีราย 20  ข้อบ้าง  15  ข้อบ้าง ลำหนึ่งจะซื้อมาราคา  30  บาทบ้าง  40  บาทบ้าง

                จากนั้นจะจ้างคนงานมาตัดเป็นข้อๆ  และจากตรงข้อนั้นหาไม้กระดานอัดมาปิดตรงฝาเอาไว้เพื่อทำเป็นกระบอกออมสิน แต่ก่อนถึงขั้นตอนนั้นจะมีการใช้เครื่องเจียร ทำการเจียรไม้ไผ่ไม่ให้มีคมและบาดคนเป็นเจ้าของได้

ลูกค้าที่มารับ จะเอารถมารับ ตามแต่จะสั่ง  400  กระบอกบ้าง  1,000  กระบอกบ้าง  โดยคนที่จะส่ง ขายส่งในราคากระบอกละ  8  บาทบ้าง  12  บาทบ้างเพื่อให้เขาไปขายส่งตามร้านที่ขายทุกอย่าง  20  บาท แต่โดยปกติจะส่งขายที่ราคาอันละ  8  บาท

เจ้าของบ้านที่ทำบอกว่าพอจะมีกำไรบ้าง กระบอกละ 2  บาท  เดือนๆหนึ่งพอจะมีรายได้ประมาณสักหมื่นบาท

ในแถบบ้านนอกชนบทแบบนี้ รายได้เดือนละหมื่นบาทถือว่า เป็นรายได้ที่เยอะมากพอประมาณ แต่หากจะต้องส่งลูกเข้ามาเรียนในกรุงเทพ ถือว่า เป็นรายได้ที่ไม่มากนักสำหรับให้ลูกจ่ายเป็นค่าเทอมและค่ากินอย่างต่ำวันละ  100  บาท

ความร้อนและความแห้งแล้วภายในพื้นที่อันเนื่องมาจากในอดีตเคยเป็นป่าดกดื่น แต่หลังจากมีการปราบปรามคอมมิวนิสต์อย่างหนักหน่วงในครั้งกระนั้นต้นไม้ใหญ่โดนปราบ โดนล้มกลายเป็นป่าตอไม้ใหญ่แห่งชาติไป

ที่นี่จะมีการเหมาพาเที่ยวในอัตราวันละ  2,500  บาท มีทั้งที่พักโฮมสเตย์ มีทั้งพานั่งรถเที่ยวและมีทั้งอาหารที่จัดเลี้ยงให้ตามจำนวนมื้อ

                ผมเดินมองไปทั่วบริเวณในเส้นทางที่พักแวะ

ใครจะเข้ามาเพื่อนอน  และใครจะเข้ามาค้างคืน  แค่มาพักเดียวก็เกิดอาการเบื่อแล้ว ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน

ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า เขาพอใจในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่และดำเนินอยู่

การพัฒนาพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นพิ้นที่ท่องเที่ยวชุมชนได้ ต้องปรับสภาพความคิดความอ่านของผู้นำชุมชนเสียก่อน

ต้องปลูกต้นไม้ให้หนาแลดกดื่นมากกว่า

ต้องปลูกต้นไม้ให้เป็นที่ร่มรื่นภายในบริเวณที่รองรับนักท่องเที่ยวให้มันร่มจนกระทั่งคนมาเที่ยวพอจะนั่งพักอาศัยร่มเงาของต้นไม้รายรอบ ผมจึงแนะนำให้เขาปลูกต้นขนุนเพื่อแกะเนื้อขายนักท่องเที่ยว ผมแนะนำให้เขาปลูกต้นมะม่วง เพื่อเอามะม่วงดิบมายำบ้าง มาตำแทนมะละกอ ผมแนะนำให้เขาปลูกไม้ผลเพื่อที่คนมาแวะจะได้ซื้อกลับไป

แต่ดูเหมือนว่าแกนนำชุมชนที่นี่ ได้แต่ฟังแต่ไม่ค่อยจะขานรับสักเพียงใด