ข่าวการเมือง » นายกฯ เปิดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงเตาปูน-บางซื่อ

นายกฯ เปิดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงเตาปูน-บางซื่อ

11 สิงหาคม 2017
35   0


นายกฯ เปิดโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วง เตาปูน-บางซื่อ ย้ำ รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งทั้งระบบ พร้อมฝากให้เตรียมแผนเผชิญเหตุ ป้องกันปัญหาในอดีต เผย มีแนวคิดสร้าง โมโนเรลแก้ปัญหาจราจร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงเตาปูน-บางซื่อ ภายใต้แนวคิด “ร่วมใจ เชื่อมสุข เพื่อประชาชน” มีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ คณะผู้บริหาร รฟม. เข้าร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เส้นทางส่วนเชื่อมต่อขยาย ถือเป็นหนึ่งในในการปฎิรูปประเทศ ด้านการลดความเหลื่อมล้ำ และการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนของประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะต้องดูแลประชาชนทุกกลุ่ม ทุกด้าน โดยเฉพาะการทำให้ประชาชนมีรายได้เพียงพอ เพื่อให้สามารถใช้บริการขนส่งที่ทันสมัย

“ขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจการเร่งพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของรัฐบาล ที่เป็นไปเพื่อการแก้ปัญหาทั้งในอดีต และวางแนวทางพัฒนาในอนาคต บางครั้งจะต้องไม่มองเพียงมิติของกำไรหรือขาดทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองถึงคุณค่า และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการสร้างและกระจายรายได้ รวมถึงการขยายเมืองใหม่ไปทั่วประเทศ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในอนาคตมีแนวคิดที่จะให้มีการสร้างรถไฟรางเดี่ยว หรือ โมโนเรล ในแนวฝั่งตะวันตกและตะวันออก โดยเฉพาะในเส้นทางจราจรที่ติดขัด เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และช่วยลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน พร้อมทั้งสั่งการให้กระทรวงคมนาคมเชื่อมต่อระบบขนส่งทั้งระบบ ทั้งทางราง รถไฟ รถโดยสาร ให้มีความต่อเนื่องและเป็นระเบียบ

“ยืนยันว่า รัฐบาลจะตรวจสอบทุกโครงการอย่างโปร่งใส เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ เพื่อนำไปสู่การเชื่อมโยงทางกายภาพ และการไปมาหาสู่ของประชาชน ซึ่งถือเป็นการปฎิรูปด้านการขนส่งมวลชน ที่จะเป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยการเชื่อมโยงแต่ละเส้นทาง จะต้องผนวกกันให้ได้ในปี 2563 เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเดินทางของประชาชน และคาดว่า หากสามารถพัฒนาระบบขนส่งมวลชนได้แล้วเสร็จทั้งหมด ก็จะทำให้ราคาค่าใช้บริการลดลงได้ในอนาคต” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรียังฝากไปยังภาคเอกชน ให้ช่วยลดราคาค่าบริการต่างๆ แม้จะทราบดีว่า ภาคเอกชนจะต้องดำเนินธุรกิจให้ได้ผลกำไร แต่ต้องการให้นึกถึงประชาชนในช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่จะทำให้ประเทศเกิดการพัฒนา และผลประโยชน์จะกลับมาสู่ทุกภาคส่วน รวมถึง ภาคเอกชน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังฝากให้เตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุ หากเกิดเหตุขัดข้องระหว่างวัน เพื่อให้การดูแลและช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และต้องไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

นายกรัฐมตรี ได้อวยพรให้ทุกคนมีความสุข เดินทางอย่างปลอดภัยสุขภาพแข็งแรง ในช่วงวันมหามงคล 12 สิงหาคม หรือ วันแม่แห่งชาติ และเมื่อวันที่ 28 กรกฏาคม ก็เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรากูร ซึ่งทั้ง 2 พระองค์ได้พระราชทานความห่วงใยในทุกๆเรื่อง และรัฐบาลได้นำพระราโชบายมาปฎิบัติอย่างต่อเนื่อง

“ขอให้ทุกคนยึดมั่นในหลักชัยของประเทศ คือชาติ ศาสนา พระมหากษัริย์ และในส่วนของรัฐบาล ก็จะเพิ่มเติมในส่วนของประชาชน ที่เป็นหัวใจหลักในการทำงานของรัฐบาล ผมคิดนโยบายทุกวัน เพื่อประชาชนและทุกคน หัวหน้างานต้องคิดทำ เพื่อประชาชนจะได้เป็นกุศล” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ส่วนตัวแบกรับในหลายเรื่อง แต่ไม่เคยกลัว เพราะทำเพื่อชาติและประชาชน และหวังว่า กุศลที่สร้างและสิ่งที่ทำ จะช่วยปกป้องตนในวันข้างหน้า เพราะคงไม่มีใครช่วยตนได้อยู่แล้ว สิ่งต่างๆ ที่ตนต้องพูด เพราะจำเป็นต้องสยบความขัดแย้งให้ได้ เพราะยังมีความขัดแย้งกันอยู่

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปฏิรูปจำเป็นต้องทำตั้งแต่วันนี้ แต่บางคนกลับบอกไม่ต้องใช้กฎหมาย ซึ่งเดิมมีกฎหมาย แต่บังคับใช้ไม่ได้ ดังนั้น ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เอาแต่สบายไม่ได้ เพราะทำให้การปฏิรูปมีปัญหา จึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษ ซึ่งไม่ได้ทำเพื่อตัวเองหรือผลประโยชน์ของใคร

“ทุกคนต้องการสิทธิเสรีภาพ แต่ไม่สนใจอย่างอื่น ซึ่งรัฐบาลนี้ยอมไม่ได้ เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย และคดีความขึ้นกับศาลและกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่เรื่องของผม เพราะผมไม่ใช่เปาบุ้นจิ้น ดังนั้น ผิดถูกก็ต้องว่ากันตามกฎหมาย” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทำพิธีเปิดเสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้ร่วมโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน จากสถานีเตาปูน ไปตามทางวิ่งลดระดับลอดอุโมงค์ที่สถานีบางซื่อ และเดินทางต่อเนื่องไปยังสถานีกำแพงเพชร จากนั้นเดินทางโดยรถยนต์ ไปยังสถานีสนามไชย เพื่อเยี่ยมชมโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ก่อนจะนั่งรถราง ลอดอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้แม่น้ำเจ้าพระยา จากสถานีสนามไชยไปยังสถานีอิสรภาพ เพื่อเชื่อมชมความคืบหน้าการออกแบบตกแต่ง สถาปัตยกรรม ภายในของสถานีรถไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง

ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วงเตาปูน-บางซื่อ เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างสถานีเตาปูนของรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) และสถานีบางซื่อของรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) มีระยะทาง ประมาณ 1.2 กิโลเมตร เพื่อให้สามารถย่นระยะเวลาการเดินทางช่วงเตาปูนถึงบางซื่อ เหลือประมาณ 2 นาที ซึ่งผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนระบบขบวนรถ ที่สถานีเตาปูน และจ่ายค่าเข้าระบบเพียงครั้งเดียว สำหรับผู้ถือบัตรโดยสาร MRT และ MRT PLUS นอกจากนี้ รฟม.ยังคงอัตราค่าโดยสารของสายฉลองรัชธรรมตามโปรโมชั่นเดิม จนถึง 31 มกราคม 2561 คือ 14-29 บาท ในวันทำงาน และ 15 บาท ตลอดสายในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ มีนะยะทางรวมประมาณ 27 กิโลเมตร แบ่งออกเป็นสองช่วง คือหัวลำโพง-บางแค แระกอบด้วย โครงสร้างทางวิ่งใต้ดิน ระยะทาง5 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 4 สถานี และทางวิ่งยกระดับ 9 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟฟ้ายกระดับ 7 สถานี ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ มีทางวิ่งยกระดับทั้งหมด 13 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟฟ้าจำรวน 8 สถานี คาดว่าจะสามารถเปิดเดินรถ ช่วงหัวลำโพง-บางแค ได้ในปี 2562 และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ในปี 2563