จากสำนึกสู่ปากกา » ทุนโรงแรม…บนตัวเลขที่สับสน

ทุนโรงแรม…บนตัวเลขที่สับสน

10 สิงหาคม 2017
93   0

 

เพราะตัวเลขปริมาณนักท่องเที่ยวที่พุ่งพรวด  เพราะตัวเลขของคนเดินทางด้วยสายการบินราคาต้นทุนต่ำหรือโลว์คอร์สเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เพราะการออกมาบอกสังคมถึงปริมาณรายได้จากการท่องเที่ยวในแต่ละไตรมาสและแต่ละเดือน

ทำให้คนที่เป็นนักลงทุนทางด้านกิจการโรงแรมแต่ไร้ฝีมือทางการบริหารโรงแรม

อยากจะเป็นเจ้าของกิจการโรงแรมขึ้นมา

หลายคนไปกู้หนี้ยืมสินจากธนาคารเป็นเงินหลายร้อยล้านบาทด้วยการเอาที่ดินและกิจการโรงแรมไปแปะโป้งเอาไว้กับธนาคารพาณิชย์

เพื่อมาสร้างกิจการโรงแรม และอยากจะเป็นเจ้าของกิจการโรงแรมจนตัวสั่นและใจจะขาด

โดยลืมเอาตัวเองเข้าไปคลุกคลีและฝังตัวในพื้นที่ที่ตัวเองอยากจะเข้าไปลงทุนในกิจการโรงแรม

สุดท้ายแล้ว พอดำเนินการก่อสร้างโรงแรมจนแล้วเสร็จ แม้นว่ายังไม่ได้รับใบอนุญาตให้เปิดกิจการโรงแรมแต่ได้ทดลองเปิดกิจการไป

ผลจากการเปิดกิจการโรงแรมพบว่า

ไม่มีลูกค้าเข้ามาพัก

จนต้องไปง้อบริษัทนำเที่ยวให้เอานักท่องเที่ยวจากทัวร์ทั้งจีนบ้าง รัสเซียบ้าง เข้ามานอนในกิจการโรงแรมของตัวเองเพื่อหวัง

มีเงินไปจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้น

ให้กับธนาคารพาณิชย์

ท้ายที่สุดก็ต้องทำเพื่อปกป้องทรัพย์สินของตัวเอง สองวิธีด้วยกันนั่นคือ

ประการแรก ประกาศขายอย่างเป็นทางการ ด้วยการถ่ายเอกสารหลักฐานที่ดินและรายละเอียดเกี่ยวกับโรงแรมให้กับนายหน้าพาไปตระเวณขายในช่องทางต่างๆ

โดยจ่ายเงินค่านายหน้าร้อยละ 3

ส่วนจะขายได้หรือไม่ได้ก็ต้องวัดดวงกัน

ประการที่สอง ในส่วนของคนที่สายป่านในการบริหารจัดการเริ่มหดสั้นและไม่มีสายป่านก็เริ่มที่จะคิดว่า

จะต้องไปทำการขายฝาก

โดยคำนวณและประเมินแล้วว่า จะต้องขายฝากในราคาเท่าใด เพื่อให้ได้ต้นทุนคืนกลับมา อย่างน้อยที่สุดต้นทุนทั้งทางด้านเงินต้นที่ไปกู้ยืมและดอกเบี้ย

แต่คนรับขายฝากหรือนายทุนขายฝากในวันนี้ไม่ได้โง่เง่าเต่าตุ่นเพราะว่า

เขาเกรงว่า เจ้าของดั้งเดิมจะทิ้งกิจการโดยไม่ยอมมาไถ่คืนเหมือนกัน

จึงกลายมาเป็นว่า

ทุนขายฝากจะกดราคาเจ้าของกิจการที่เอามาขายเหลือเพียงครึ่งเดียวของราคาประเมินหรือราคาตลาดตามแต่ตกลงและจะกำหนดหักเงินค่าดอกเบี้ยไปในเงินกู้ทีเดียว

หลายโรงแรมเมื่อปล่อยขายฝากไปแล้วจะต้องดิ้นรนดำเนินการบริหารควบคู่กับการวิ่งเต้นขายกิจการให้จงได้

เราจึงพบว่า วันนี้ช่องทางนายหน้าที่รับอาสาขายที่ดินและขายกิจการโรงแรมจึงดาษดื่นในอดีตจะถ่ายเอกสารว่อนเต็มไปหมดแต่ในวันนี้จะว่อนไปทางสื่อสารออนไลน์ถึงขั้นตั้งกลุ่มนายหน้าขึ้นมาเพื่อส่งต่อและหาลู่ทางในการขายกิจการโรงแรมที่ตัวเองเข้าถึง

ซึ่งไม่ง่ายนักที่จะเดินไปเจอเอานายทุนในภาวะบ้านเมืองเป็นปัจจุบันเช่นนี้

เพราะอะไร

เพราะคนที่จะเอาเงินไปลงทุนได้แต่อ่านรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยว รายได้จากการท่องเที่ยวและสถิติการขึ้นลงใช้บริการเครื่องบินของผู้โดยสารโดยขาดการเอาตัวเองเข้าไปฝังตัวในพื้นที่ที่ตัวเองอยากจะลงทุน

วันนี้เราจึงเห็นว่า โรงแรมในพื้นที่ท่องเที่ยวหลายแห่งประกาศขายกิจการเป็นทิวแถว และอีกหลายแห่งติดป้ายให้เช่าบ้าง เซ้งกิจการบ้างรวมไปถึงอีกหลายแห่งถึงปิดประกาศขายทอดตลาดหรืออะไรต่างๆ

คนที่เข้ามาก่อสร้างโรงแรมวันนี้ขาดหลักจิตวิทยาประการหนึ่งคือ

การตั้งราคาที่เป็นแรงจูงใจเพราะวันนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหนอยากจะพักโรงแรมราคาแพงสุดกู่และหรูหราจนสุดไฮโซ แต่กลับต้องการพักโรงแรมในราคาที่ไม่แพงแต่ต้องการใช้เวลาในการเดินทางท่องเที่ยวภายในพื้นที่เสียมากกว่า

ผมนั่งคุยกับคนเป็นนายหน้าที่วิ่งเต้นขายกิจการโรงแรมในภูเก็ตแล้วผมสะอื้นกับการออกมาป่าวประกาศขายในทางอ้อมเพราะเจ้าของกิจการกลัวอายแต่เอกสารหลักฐานการขายบินว่อนไปหมด

ภาวะนักท่องเที่ยวที่เข้ามาแต่ไม่ยอมจ่ายค่าที่พักราคาแพง ทำให้เจ้าของกิจการต้องคิดหนักขึ้นและหนักมากเพราะจะหานักท่องเที่ยวจากไหนเข้ามารองรับรายจ่ายในแต่ละเดือน