มองแบบเผ่าเทพ » ขอ “ผู้ใหญ่”ดูเรื่องอาวุธ

ขอ “ผู้ใหญ่”ดูเรื่องอาวุธ

10 สิงหาคม 2017
64   0

 

ขออนุญาตคุณ “ปู พงษ์สิทธิ์”เจ้าของวลี “ขอ “ผู้ใหญ่“ดูเรื่องอาวุธ” มาเป็นหัวข้อบทความวันนี้หน่อยนะครับ ชอบมาก ถูกใจจริง ๆ และตั้งใจจะเขียนเรื่อง “อาวุธ”มาหลายครั้งแล้ว ไม่สบโอกาสและอารมณ์สักที
อ่านเจอวลีนี้ใน FACE BOOK ดีใจ ชอบใจ จึงได้กำลังใจมาเขียนความในใจเรื่อง “อาวุธ”
“อาวุธ” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงจรวดนำวิถี ระเบิดปรมาณู เรือรบนิวเคลียร์ รถถังหุ้มเกราะ ฯลฯ ที่ทหารหาญใช้ในยามสงคราม หากหมายถึงอุปกรณ์ที่ประชาชนธรรมดาสามัญเราท่านรู้จักใช้กันทั้งถูกและผิดกฎหมาย แต่ส่วนใหญ่ผิดกฎหมายและก็ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมากมาย แต่รัฐก็มิได้สนใจไยดีเท่าใดนัก
มิเพียงแต่ไม่สนใจไยดีอ้างว่ากฎหมายมีอยู่ดีแล้ว ก็กฎหมายที่มีอยู่นั่นแหละมันไม่ได้เอามาใช้หนึ่ง ใช้ได้ไม่สมบูรณ์หนึ่ง จำเป็นต้องนำมาปรับปรุงหรือศัพท์ทันสมัยก็นำมา “ปฏิรูป”ก่อนที่บ้านเมืองจะ “เถื่อน”ไปกว่านี้ ขณะนี้ก็ชนะ TEXAS ชนะเมืองใหญ่ๆในอเมริกาได้แล้วในเรื่องยิงกัน ฆ่ากันด้วย “อาวุธ”
ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมาที่ประเทศไทยปกครองกันด้วย “อาวุธ” ก็มีการฆ่ากันตายด้วย “อาวุธ”มากที่สุด ทุกหนทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นสถานที่ราชการ ห้างร้านเอกชน สถานศึกษาวัดวาอาราม ทั้งนี้ไม่รวมถึงการฆ่าคนอย่างเลือดเย็นของผู้ก่อความไม่สงบ 3จว.ชายแดนใต้ คนตาย 3 ปีที่ผ่านมาเป็นสถิติก็ว่าได้ ซึ่งรัฐก็ยังทำอะไรไม่ได้ อยู่ที่ความกรุณาของ BRN”?!!
เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความไม่สงบเรียบร้อยทั่วประเทศ เราเคยเสนอมาหนหนึ่งแล้วก็เหมือน “สีซอให้ควายฟัง” คือ
ต้องเรียกเก็บ “อาวุธสงคราม”ให้ชัดเจนซึ่งแน่นอนเป็นอาวุธที่ผิดกฎหมายจดทะเบียนไม่ได้ แต่จะไม่เอาผิดกับผู้ครอบครองขอให้เพียงแต่นำมาทิ้งไว้ที่หน้าสถานที่ราชการที่กำหนดภายในวันที่กำหนด เช่น 30-40วันหลังจากประกาศ ผู้นำไปทิ้งไม่ต้องเซ็นเอกสารไม่ต้องแสดงตนแต่อย่างใด
เมื่อได้รับมอบแล้วรัฐต้อง “ทำลาย”ทันที มิฉะนั้นถูกโจรก่อการร้ายปล้นกลับไปอีก ขนาดในกรมทหารโจรยังเข้าไปปล้นได้ การทำลายไม่จำเป็นต้องบดละเอียดในรอบแรกเพียงเผาหรือทุบให้ใช้การไม่ได้ก่อน แล้วเมื่อมีโอกาสจึงบดละเอียดต่อไป
เมื่อกำจัด “อาวุธสงคราม”ได้ ขั้นที่ 2 ให้ผู้ที่มี “ปืนเถื่อน”ที่ไม่มีเลขหมายเครื่องที่ประดิษฐ์ขึ้นเองไปมอบให้ทางราชการในลักษณะเดียวกับ “อาวุธสงคราม”ภายใน 7 วัน 15 วัน ส่วนผู้ที่มีปืนที่มีเลขหมายถูกต้องผลิตถูกกฎหมายหรือนำเข้าจากต่างประเทศถูกต้อง อนุโลมให้นำมาจดทะเบียนได้ โดยไม่มีความผิด ไม่มีการซักถาม สอบสวนใดๆ ใครมีเท่าไรนำมาจดทะเบียนให้หมด
หากปฏิบัติเช่นนี้ได้ผู้ครองครอง “อาวุธ”จะเป็นผู้ครองครองของถูกกฎหมายมีใบรับรองครบถ้วน ใครจะมีกี่ร้อยกี่พันกระบอกไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่
“การพกพา”
รัฐต้องปฏิรูปการพกพา “อาวุธ”ทุกชนิด ทั้งของเจ้าหน้าที่และบุคคลธรรมดาและต้องเอาจริง ต้องเคร่งในกฎหมายที่ประกาศไป ต้องไม่มีการประกันตัวใครละเมิดกฎนี้จะถูกจับขังคุก ไม่มีการประกันระหว่างอุทธรณ์ ฎีกาโดยเด็ดขาด
เรามีความเห็นว่า แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้อยู่เวรยามแล้วจะพกพาอาวุธไปไม่ได้เลย เช่น กรณีไปฟัง concert ของ “ปู พงษ์สิทธิ์” จะไม่มีใครพกปืนเข้าไปในลานคอนเสิร์ตได้ แม้จะเป็นนายพล ถามว่าออกเวรแล้วจะเก็บอาวุธไว้ไหน ถ้าอยู่โรงพักก็เอาไว้ที่โรงพัก ถ้าต้องกลับที่พักก็ต้องเก็บปืนใส่กระเป๋า เป้ แยกกระสุนออกนำไปได้แต่ต้องไม่มีใครเห็น โดยเฉพาะควรใส่ไว้ในรถยนต์ถ้ามีต้องแยกกระสุนออกจากตัวปืน
สำหรับบุคคลธรรมดาการออกใบอนุญาตพกพาควรเลิกเสียเลย หรือถ้าจะมีก็ต้องน้อยมากๆ และเข้มงวดกับการพกพา นำไปได้เพียงในรถยนต์เท่านั้นจะนำติดตัวไปในสถานที่สาธารณะไม่ได้เด็ดขาด แม้อยู่ในรถยนต์ก็ต้องแยกกระสุนออกจากตัวปืน
ส่วนผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตพกพา ไม่มีสิทธิที่จะนำผืนออกจากบ้านโดยเด็ดขาด ปืน-อาวุธทุกชนิดต้องอยู่ในบ้านในเคหะสถานของเจ้าของเท่านั้น ปืนทุกกระบอกต้องมีทะเบียน ต้องมีเลขทะเบียนปืน หากเกิดปัญหาเจ้าของทะเบียนปืนนั้นต้องรับผิดชอบ และโทษต้องรุนแรงหนักจริงๆเช่นต่างประเทศเขาทำกัน
ทำไมประเทศไทยคุมอาวุธปืนไม่ได้
เพราะ “อภิสิทธิ์” “เอกสิทธิ์” และ “อิทธิพล” หากกำจัด “การพกพา”ได้ การฆ่ากันตายโดยอาวุธปืนจะลดลงอย่างมาก บ้านเมืองจะสงบสุขกว่านี้
ข้อสำคัญ ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย “อาวุธ”ต้องเข้มงวดต้องเอาจริง ระยะแรกๆอาจสุ่มตรวจการพกพาโดยเฉพาะสถานที่สาธารณะ รัฐต้องหา-ติดตั้งอุปกรณ์การเจออาวุธปืน เช่นที่ “สนามบิน”ให้มากที่สุด ต้องมีแบบพกพาตรวจในรถด้วย
หากรัฐเอาจริงและต่อเนื่อง ผู้ใหญ่ต้องช่วยเราประเทศไทย “เมืองท่องเที่ยว”จะน่าอยู่มากขึ้น คนที่ว่าเราเป็นประเทศ “เฮงซวย”คงจะไม่อยากย้ายไป?!! ขอ “ผู้ใหญ่”ช่วยดูด้วย!!

ปิดโหมดสีเทา