จากสำนึกสู่ปากกา » จุดบอดตลาดนัด

จุดบอดตลาดนัด

8 สิงหาคม 2017
39   0

 

                ผมเดินไปตามตลาดนัดและตลาดน้ำหลายแห่ง  ทุกตลาดในระยะหลังจะประสบปัญหาว่า

หาคนมาเดินจับจ่ายใช้สอยไม่ค่อยจะมี

และกลายเป็นผลกระทบของการที่หาคนมาขายไม่มีตามไปด้วย

ผมมักจะแวะไปเดินตามตลาดนัดและตลาดน้ำทุกแห่งในทั่วประเทศที่ผมมีโอกาสแวะผ่านไป ผมจะต้องหาทางแวะไปยืนมองและไปเดินบ้าง อย่างน้อยเพื่อทำการศึกษา และวิเคราะห์สภาพการตลาดเอาไว้

สิ่งแรกที่ตลาดนัดและตลาดน้ำจะเจอก็คือ

การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร

ไม่มีใครคอยประกาศ ประชาสัมพันธ์ว่าภายในตลาดวันนี้มีอะไรขายบ้าง อะไรอยู่ตรงไหน และสินค้าเด่นอยู่ตรงไหน

รวมไปถึงร้านไหนควรจะต้องจัดรายการนาทีทอง

และแทบจะเรียกได้ว่าคนขายทุกร้านและทุกรายไม่ค่อยจะมีวิธีคิดทางด้านการสื่อสารการตลาดแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ดังนั้นทั้งคนจัดและคนขายเมื่อไร้ซึ่งแนวคิดในการประชาสัมพันธ์ทางการประกาศภายในตลาด จะส่งผลให้คนเข้ามาเที่ยว ค่อยๆเบาบางจนกระทั่งคนขายค่อยๆเลิกร้างราจากตลาดแห่งนี้เพื่อไปหาตลาดแห่งใหม่

สิ่งที่สอง ที่ตลาดน้ำและตลาดนัดมักจะเจอก็คือ

ที่จอดรถ

                เหตุที่บอกว่ามักจะเจอปัญหาที่จอดรถเพราะว่า คนที่มาขายสินค้าในตลาดนัด มักจะเอารถของตัวเองมาจอดในส่วนที่คิดว่ามีที่ว่าง และคิดว่าตัวเองจะต้องจอดได้

เมื่อลูกค้าที่มีรถยนต์ต้องการจะเข้ามาเดินเพื่อหาจับจ่ายสินค้าภายในตลาดไม่ว่าจะเป็นตลาดปกติ ตลาดนัดหรือตลาดน้ำ  ยามที่ขับเวียนแล้ว เวียนอีก แต่ยังหาที่จอดรถไม่ได้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือยามก็ไม่มีแนวคิดที่จะอำนวยความสะดวกในการโบกหรือจัดระเบียบที่จอดรถ

ผสมผสานกันไปจนในที่สุด

ไม่มีใครอยากจะเข้ามาใช้บริการเพราะว่า

ติดขัดปัญหาที่จอดรถ

สุดท้ายตลาดแห่งนั้นก็จะเข้าสู่การเป็น

ตลาดวายวอด

เพราะไม่มีใครเข้ามาอุดหนุน

สิ่งที่สามก็คือ การจัดรายการโปรโมชั่นสินค้าของคนจัดรายการตลาดนัดหรือตลาดน้ำ เพราะการจัดเก็บค่าเช่าที่ค่อนข้างจะสูง ทำให้สินค้าทุกชนิดจะต้องบวกราคาของค่าเช่าสถานที่ไปด้วย เมื่อจำต้องบวกค่าเช่าสถานที่ไปด้วยจะส่งผลให้

                ราคาสินค้าแพง

ในเมื่อเจ้าของตลาดนัดไม่เคยมีแนวคิดด้านการสื่อสารการตลาดและไม่มีแนวคิดด้านการทำตลาด ถือว่าในแต่ละวันจะมีคนจ่ายค่าเช่าพื้นที่ให้อยู่แล้ว จึงค่อนข้างที่จะไม่รู้สึกรู้สาอันใด

ส่งผลให้ไม่แคร์ต่อการมีและไม่มีลูกค้า

ทำให้ท้ายที่สุดลูกค้ามองว่า ทางคนขาย ทางคนจัดและทางตลาดไม่ใส่ใจและไม่อยากจะได้ลูกค้า เขาก็จะเริ่มทยอยแนวคิดที่จะย้ายไปจับจ่ายใช้สอยในตลาดอื่น

ส่งผลให้ตลาดนัดและตลาดน้ำแห่งนั้นเริ่มจะตกต่ำ

สิ่งที่คนทั่วไปมักจะมองพลาดก็คือ

ความสะอาดในตัวสินค้า ความสะอาดในตัวพื้นที่ และการไม่ปล่อยให้พื้นที่สกปรกจนเกินไป

เมื่อการรักษาความสะอาดในตัวสินค้า สถานที่และส่วนอื่นของตลาดเกิดขึ้น

คนที่เข้ามาเที่ยวเตร่เพื่อจับจ่ายตลาดจะหันมามองเห็นว่า

สถานะของตลาดสะอาดและน่าจะคุ้มค่าในการใช้จ่ายเงิน เขาก็อยากจะเข้ามาใช้บริการและ

ในที่สุด

ตลาดก็จะติดและกลายเป็นขายดี

คนบริหารจัดการตลาดนัดหรือตลาดน้ำหรือตลาดปกติหลายแห่ง เมื่อเห็นว่าตลาดเริ่มติด ตัวเองเริ่มจะถอยห่างออกจากการเข้าไปคลุกคลีและการเป็นคนที่พ่อค้าแม่ค้าและลูกค้าเข้าไม่ถึงเพราะ

นั่งบนหอคอยงาช้าง

เมื่อเกิดภาวะตกต่ำหรือทรุดตัว

ยากต่อการที่จะเข้าไปแก้ไขโดยปัจจุบันทันด่วนเพราะว่า

คนบริหารมัวแต่นั่งบนหอคอยงาช้างและประเมินสถานะตัวเองว่า ยังไงเสียคนยังจะต้องมาตลาดนัด ตลาดน้ำหรือตลาดที่ตัวเองบริหารวันยังค่ำ

สุดท้าย พอมาสะดุดใจอีกที แม่ค้าทยอยย้ายไปขายตลาดอื่น ลูกค้าทยอยหายไปใช้บริการตลาดอื่น กว่าจะหันมานึกขึ้นมาได้ก็กู้สถานการณ์ชนิดที่กู่ไม่กลับแล้ว เราจึงเห็นและพบเสมอในบ้านเมืองไทย