จากสำนึกสู่ปากกา » ยาเสพติดในโรงเรียน

ยาเสพติดในโรงเรียน

6 สิงหาคม 2017
73   0

 

 

ต้องถามกันว่า วันนี้ในจังหวัดภูเก็ต มียาเสพติดขายไหม มีการระบาดของยาเสพติดไหม

น่าจะต้องตอบว่า มีขายและขายกันจนเป็นกิจวัตรและขายกันเป็นล่ำเป็นสัน

ประการแรกที่น่าจะต้องตรวจสอบอย่างมากก็คือ

ตามห้องน้ำของโรงเรียนทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

ที่เป็นเช่นนี้เพราะวันนี้คนเป็นครูฝ่ายปกครองหรือครูอาชีพ ไม่กล้าที่จะอบรมสั่งสอนนักเรียนให้เหมือนกับในอดีตที่เราเรียกครูว่าเป็นพ่อแม่คนที่สอง เพราะเวลาครูด่านักเรียนรุนแรงและถึงขั้นลงมือเฆี่ยนตี ผลที่ครูมักจะได้รับก็คือ

ถูกอัดคลิปและเอาไปเผยแพร่ในสังคมโซเซี่ยลจนกระทั่งมีคนประณามครู

พ่อแม่หรือญาติพี่น้องของนักเรียนหรือผู้ปกครองไปแจ้งความเอาผิดกับครูและบางรายถึงขั้นข่มขู่เรียกร้องค่าทำขวัญ ค่าเสียหายจากครูเป็นจำนวนมาก

ทำให้ครูเกิดการระมัดระวังตัว จึงทำหน้าที่สอนในห้องเรียนอย่างเดียว หมดเวลาสอนก็เดินกลับห้องพักครู  ความผูกพันระหว่างครูกับนักเรียนไม่มี  เด็กนักเรียนเกเรติดยาหรือไปค้ายาเสพติดหรือไปทำอะไรไม่ดี  ครูถือว่าธุระไม่ใช่เพราะขืนทะลึ่งไปดุด่าว่ากล่าวเฆี่ยนตีจะเดือดร้อนแก่ตัวเอง อนาคตหน้าที่ทำงานและครอบครัวอีกต่างหาก

นั่นคือการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่รุนแรงตามห้องน้ำของโรงเรียนในจังหวัดภูเก็ต

ถามว่า วันนี้เด็กนักเรียน พอออกจากโรงเรียน กลับไปบ้าน พ่อแม่เคยมีเวลาหันไปดูแลลูกไหม ตอบว่า ไม่มีเวลาเพราะพ่อแม่ต้องดิ้นรนหาเงินมาส่งให้ลูกเรียนหนังสือและจ่ายค่าขนมอาหารให้กับลูกไปโรงเรียน

ความเอาใจใส่ของพ่อแม่ต่อลูกจึงห่างเหินไป

กลายเป็นลูกของพ่อแม่จึงกลายเป็นเทวดาที่ใครแตะต้องไม่ได้ ดุด่าไม่ว่า เฆี่ยนตีไม่ได้และท้ายสุดเด็กเหล่านี้พอโตขึ้น มักจะได้รับการส่งเสริมให้ไปเรียนต่อใน

มหาวิทยาลัยชีวิต

เพราะทำหน้าที่เป็นเภสัชกร ทำกิจการค้ายา ตั้งแต่ตัวเท่าลูกหมาไปจนกระทั่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชีวิตตามระยะเวลาปีที่ถูกกำหนดหลักสูตร เมื่อออกมา ไม่มีความรู้จากห้องเรียนที่ไปเรียนๆอย่างนั้นแหละ  ออกมาไม่รู้ว่าจะทำอะไร ท้ายสุดก็วนเวียนไปค้ายาและกลายเป็นไปเรียนต่อในวิทยาการเภสัชกรอีกรอบในมหาวิทยาลัยชีวิต วนเวียนเข้าออกอย่างนั้น

ตามห้องน้ำของโรงเรียนจึงมีอุปกรณ์สำหรับเสพยาทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นตัวสูบบารากู่  บุหรี่ไฟฟ้า และบุหรี่ที่ใส่กัญชาบ้าง กระท่อมบ้างและบางทีอาจจะเสริมด้วยยาบ้าเข้าไป

นักเรียนในยุคนี้จึงค่อนข้างจะดุเดือดเลือดพล่านเพราะเคลิ้มและใจถึงเนื่องจากการเสพยาเห็น

ช้างตัวเท่าแมว

ถามว่า คนทั่วไปรู้ไหมว่า เด็กนักเรียนติดยา ตอบว่า รู้ แต่ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว

ปล่อยให้สังคมลงโทษคนเหล่านี้ไป

ผมได้ยิน ได้ฟังมาจากปากใครต่อใครหลายต่อหลายคนว่า มีเรื่องนี้จริง

แต่ใบหน้าของผมแก่เกินกว่าจะปลอมตัวเป็นนักเรียนเข้าไปในบริเวณห้องน้ำของเด็กนักเรียนชายและหญิงตามโรงเรียนต่างๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ผู้บริหารโรงเรียนไม่ค่อยจะได้อยู่โรงเรียน

ยามว่างจากการสอนครูมักจะอยู่ในสังคมการเรียนรู้ด้านออนไลน์จึงก้มหน้าก้มตาอ่านสังคมออนไลน์จึงกระทั่งไม่มีเวลาออกมายืนดูและสำรวจดูนักเรียนในบังคับบัญชาของตน

เราจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไรและจะแก้ไขแบบไหน

นั่นคือเรื่องของคนในแวดวงสังคมครูจะต้องหันมามองและถกกันให้ได้ข้อยุติ

รวมไปถึงหน่วยงานอื่นจะต้องเข้ามามีบทบาทไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานด้านสาธารณสุข หน่วยงานด้านการควบคุมความประพฤติ หน่วยงานด้านความมั่นคงจะต้องเข้ามา

ถามว่าใบกระท่อมมีขายในภูเก็ตไหม ตอบว่า มี และมีเยอะด้วย ไม่เชื่อไปหาแถวรายรอบบริเวณสนามบินนานาชาติภูเก็ต เขาพัฒนาเป็นกระท่อมละลายน้ำส่งขายเป็นรายวันแบบยาคูลท์ไปแล้ว

ทั้งที่ตรงไม่ไกลจากสนามบินจะมีโรงพักและมีตำรวจ แต่ตำรวจหากจะตั้งด่านลอยก็ออกมาตั้งและเที่ยวตรวจค้นตัวคนที่ผ่านไปผ่านมาตามแต่ใจตัวเองอยากจะค้น แต่ไม่เคยล่วงรู้เลยว่าตรงไหนที่มีการค้ากระท่อมแบบดิลิเวอรี่รับส่งตอนเช้าและค่ำกันบ้าง

ผมเขียนมาทั้งหมดนี้เพื่อให้คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านข่าวกรอง ลองออกไปสุ่มสืบดูเถอะครับ

ไปตรวจและจับพร้อมกับดำเนินคดีให้เกิดความเข็ดหลาบ

วันนี้คนไทยติดยาเสพติดงอมแงม ในเรือนจำ ในคุกมีแต่คนไทยติดยาเกือบจะทั้งสิ้น ในขณะที่คนต่างชาติเข้ามาสร้างฐานอิทธิพลด้านแรงงานและเศรษฐกิจจนกระทั่งขยับฐานะขึ้นมาเป็น

ทุนครอบครองที่ดินและกิจการแทนคนบ้านเราภูเก็ตแล้ว

ผมไม่ได้เขียนตำหนิใครทั้งสิ้น แต่ผมมองเห็นภัยในอนาคตที่จะคืบคลานเข้ามา

จึงเขียนเพื่อให้ทุกฝ่ายช่วยกันคนละไม้คนละมือ

จากสำนึกสู่ปากกาของ…..ปัญญา  ไกรทัศน์

ยาเสพติดในโรงเรียน

ต้องถามกันว่า วันนี้ในจังหวัดภูเก็ต มียาเสพติดขายไหม มีการระบาดของยาเสพติดไหม

น่าจะต้องตอบว่า มีขายและขายกันจนเป็นกิจวัตรและขายกันเป็นล่ำเป็นสัน

ประการแรกที่น่าจะต้องตรวจสอบอย่างมากก็คือ

ตามห้องน้ำของโรงเรียนทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

ที่เป็นเช่นนี้เพราะวันนี้คนเป็นครูฝ่ายปกครองหรือครูอาชีพ ไม่กล้าที่จะอบรมสั่งสอนนักเรียนให้เหมือนกับในอดีตที่เราเรียกครูว่าเป็นพ่อแม่คนที่สอง เพราะเวลาครูด่านักเรียนรุนแรงและถึงขั้นลงมือเฆี่ยนตี ผลที่ครูมักจะได้รับก็คือ

ถูกอัดคลิปและเอาไปเผยแพร่ในสังคมโซเซี่ยลจนกระทั่งมีคนประณามครู

พ่อแม่หรือญาติพี่น้องของนักเรียนหรือผู้ปกครองไปแจ้งความเอาผิดกับครูและบางรายถึงขั้นข่มขู่เรียกร้องค่าทำขวัญ ค่าเสียหายจากครูเป็นจำนวนมาก

ทำให้ครูเกิดการระมัดระวังตัว จึงทำหน้าที่สอนในห้องเรียนอย่างเดียว หมดเวลาสอนก็เดินกลับห้องพักครู  ความผูกพันระหว่างครูกับนักเรียนไม่มี  เด็กนักเรียนเกเรติดยาหรือไปค้ายาเสพติดหรือไปทำอะไรไม่ดี  ครูถือว่าธุระไม่ใช่เพราะขืนทะลึ่งไปดุด่าว่ากล่าวเฆี่ยนตีจะเดือดร้อนแก่ตัวเอง อนาคตหน้าที่ทำงานและครอบครัวอีกต่างหาก

นั่นคือการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่รุนแรงตามห้องน้ำของโรงเรียนในจังหวัดภูเก็ต

ถามว่า วันนี้เด็กนักเรียน พอออกจากโรงเรียน กลับไปบ้าน พ่อแม่เคยมีเวลาหันไปดูแลลูกไหม ตอบว่า ไม่มีเวลาเพราะพ่อแม่ต้องดิ้นรนหาเงินมาส่งให้ลูกเรียนหนังสือและจ่ายค่าขนมอาหารให้กับลูกไปโรงเรียน

ความเอาใจใส่ของพ่อแม่ต่อลูกจึงห่างเหินไป

กลายเป็นลูกของพ่อแม่จึงกลายเป็นเทวดาที่ใครแตะต้องไม่ได้ ดุด่าไม่ว่า เฆี่ยนตีไม่ได้และท้ายสุดเด็กเหล่านี้พอโตขึ้น มักจะได้รับการส่งเสริมให้ไปเรียนต่อใน

มหาวิทยาลัยชีวิต

เพราะทำหน้าที่เป็นเภสัชกร ทำกิจการค้ายา ตั้งแต่ตัวเท่าลูกหมาไปจนกระทั่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชีวิตตามระยะเวลาปีที่ถูกกำหนดหลักสูตร เมื่อออกมา ไม่มีความรู้จากห้องเรียนที่ไปเรียนๆอย่างนั้นแหละ  ออกมาไม่รู้ว่าจะทำอะไร ท้ายสุดก็วนเวียนไปค้ายาและกลายเป็นไปเรียนต่อในวิทยาการเภสัชกรอีกรอบในมหาวิทยาลัยชีวิต วนเวียนเข้าออกอย่างนั้น

ตามห้องน้ำของโรงเรียนจึงมีอุปกรณ์สำหรับเสพยาทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นตัวสูบบารากู่  บุหรี่ไฟฟ้า และบุหรี่ที่ใส่กัญชาบ้าง กระท่อมบ้างและบางทีอาจจะเสริมด้วยยาบ้าเข้าไป

นักเรียนในยุคนี้จึงค่อนข้างจะดุเดือดเลือดพล่านเพราะเคลิ้มและใจถึงเนื่องจากการเสพยาเห็น

ช้างตัวเท่าแมว

ถามว่า คนทั่วไปรู้ไหมว่า เด็กนักเรียนติดยา ตอบว่า รู้ แต่ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว

ปล่อยให้สังคมลงโทษคนเหล่านี้ไป

ผมได้ยิน ได้ฟังมาจากปากใครต่อใครหลายต่อหลายคนว่า มีเรื่องนี้จริง

แต่ใบหน้าของผมแก่เกินกว่าจะปลอมตัวเป็นนักเรียนเข้าไปในบริเวณห้องน้ำของเด็กนักเรียนชายและหญิงตามโรงเรียนต่างๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ผู้บริหารโรงเรียนไม่ค่อยจะได้อยู่โรงเรียน

ยามว่างจากการสอนครูมักจะอยู่ในสังคมการเรียนรู้ด้านออนไลน์จึงก้มหน้าก้มตาอ่านสังคมออนไลน์จึงกระทั่งไม่มีเวลาออกมายืนดูและสำรวจดูนักเรียนในบังคับบัญชาของตน

เราจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไรและจะแก้ไขแบบไหน

นั่นคือเรื่องของคนในแวดวงสังคมครูจะต้องหันมามองและถกกันให้ได้ข้อยุติ

รวมไปถึงหน่วยงานอื่นจะต้องเข้ามามีบทบาทไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานด้านสาธารณสุข หน่วยงานด้านการควบคุมความประพฤติ หน่วยงานด้านความมั่นคงจะต้องเข้ามา

ถามว่าใบกระท่อมมีขายในภูเก็ตไหม ตอบว่า มี และมีเยอะด้วย ไม่เชื่อไปหาแถวรายรอบบริเวณสนามบินนานาชาติภูเก็ต เขาพัฒนาเป็นกระท่อมละลายน้ำส่งขายเป็นรายวันแบบยาคูลท์ไปแล้ว

ทั้งที่ตรงไม่ไกลจากสนามบินจะมีโรงพักและมีตำรวจ แต่ตำรวจหากจะตั้งด่านลอยก็ออกมาตั้งและเที่ยวตรวจค้นตัวคนที่ผ่านไปผ่านมาตามแต่ใจตัวเองอยากจะค้น แต่ไม่เคยล่วงรู้เลยว่าตรงไหนที่มีการค้ากระท่อมแบบดิลิเวอรี่รับส่งตอนเช้าและค่ำกันบ้าง

ผมเขียนมาทั้งหมดนี้เพื่อให้คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านข่าวกรอง ลองออกไปสุ่มสืบดูเถอะครับ

ไปตรวจและจับพร้อมกับดำเนินคดีให้เกิดความเข็ดหลาบ

วันนี้คนไทยติดยาเสพติดงอมแงม ในเรือนจำ ในคุกมีแต่คนไทยติดยาเกือบจะทั้งสิ้น ในขณะที่คนต่างชาติเข้ามาสร้างฐานอิทธิพลด้านแรงงานและเศรษฐกิจจนกระทั่งขยับฐานะขึ้นมาเป็น

ทุนครอบครองที่ดินและกิจการแทนคนบ้านเราภูเก็ตแล้ว

ผมไม่ได้เขียนตำหนิใครทั้งสิ้น แต่ผมมองเห็นภัยในอนาคตที่จะคืบคลานเข้ามา

จึงเขียนเพื่อให้ทุกฝ่ายช่วยกันคนละไม้คนละมือ

ปิดโหมดสีเทา