จากสำนึกสู่ปากกา » ท่าฉัตรไชย….ถ้าพัฒนาจริง

ท่าฉัตรไชย….ถ้าพัฒนาจริง

5 สิงหาคม 2017
109   0

 

ผมขับรถเข้าไปที่บริเวณท่าฉัตรไชยบ่อยครั้ง  บรรยากาศตรงนี้เป็นบรรยากาศที่น่าส่งเสริมและสนับสนุนอย่างมากให้เป็นเรื่องของการท่องเที่ยวชุมชนเพราะยังสามารถดึงดูดคนให้เข้ามาได้

โดยใช้เกทต์เวย์ของภูเก็ตที่มีไข่เค็มไชยาตั้งตรงนั้นเป็นศูนย์กลาง  คำว่าศูนย์กลางที่ว่า คือ มีมุมกาแฟ หรือที่เรียกว่าร้านขายกาแฟสด ทำบรรยากาศให้น่านั่ง  ด้วยการแบ่งเป็นสองโซน  โซนแรกด้านนอกให้สัมผัสกับบรรยากาศของต้นไม้และเป็นไม้ยืนต้นพันธ์พื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นต้นมะม่วงหิมพานต์ ต้นลูกมุดหรือม่วงมุด ต้นจำปาดะ ต้นกล้วย ต้นมะละกอ ปลูกให้รายรอบพื้นที่ร้านกาแฟ

ตรงบริเวณลาน จัดหาจักรยานแบบบ้านๆ ที่ปั่นง่าย ไม่ต้องเสือหมอบ ไม่ต้องเสือภูเขา ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติปั่นซ้อนท้ายกันเที่ยวได้  เพราะเท่าที่ผมสังเกตเห็นเส้นทางปั่นจักรยานที่ทำเอาไว้

ถามว่าปั่นไปไหนบ้าง

ตรงบริเวณหาดทรายแก้ว  ที่มีบริเวณพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ  ถ้าวันนี้อุทยานแห่งชาติไม่ใช้งาน น่าจะเปิดทางให้เช่า  ให้คนเช่ามาเพื่อทำท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และเชิงธรรมชาติ  ทำบ้านพักโดยปรับปรุงจากบ้านพักของข้าราชการและส่วนราชการที่มีอยู่  ปรับเส้นทางเดินป่าและปรับเส้นทางปั่นจักรยาน มีร้านอาหารเล็กๆสักร้านเอาไว้รองรับ และมีลานจอดรถยนต์ให้ชาวบ้านหรือนักท่องเที่ยวได้จอด

เส้นทางที่ว่า ทำสองเส้นทาง คือเส้นทางปั่นจักรยานจากบริเวณตรงนี้ไปยังสะพานสารสินเพื่อชื่นชมวิวและตรงบริเวณนี้มีจักรยานให้เช่าสัก 20-30  คันเป็นจักรยานปกติธรรมดาที่มีความคงทนและแข็งแรงเอาเรื่องเอาราวไม่ใช่กระโดดขึ้นซ้อนท้าย ที่ซ้อนท้ายหักหรือคอหัก

ปั่นชมตรงบริเวณนั้นจากนั้นลอดใต้สะพานเพื่อข้ามไปยังหมู่บ้านชาวเลหรือชาวประมง เพื่อนั่งทานอาหารทะเลที่ชาวบ้านจับกุ้ง หอย ปู ปลาขึ้นมาจากทะเลสดๆ

สร้างบรรยากาศตรงนั้นให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน โดยไม่อนุญาตให้ใครมาสร้างรีสอร์ท สร้างโรงแรม แต่คนที่มาเช่าพื้นที่อุทยานตรงนี้จะต้องมีบทบาทพัฒนาให้ต้นไม้สูงขึ้นและดกดื่นขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่

เราต้องยอมรับประการหนึ่งว่า ชาวโคกกลอยพังงาในวันนี้มีเงิน มีฐานะแต่ไม่มีที่เที่ยว

หากเราสร้างตรงนี้ให้เป็นบรรยากาศแบบบ้านๆ แบบชุมชน สร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนขึ้นมา

คนที่ปั่นจักรยานไม่ต้องให้เป็นเสือหมอบหรือเสือภูเขา แต่ให้เป็นรถจักรยานที่มีตะแกรงเพื่อให้คนที่ปั่นได้แวะซื้อสินค้า ของฝากไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลแห้ง หรือแปรรูป หรือสินค้าจากตลาดนัดที่จัดตรงบริเวณวัดตามวันที่มีตารางการจัดของเขา

คนที่มาเที่ยวจะแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ

นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ มีจำนวนไม่น้อยที่ต้องการปั่นจักรยานท่องเที่ยวแบบที่บ้านของเขามีเพียงแต่ของเรา ปั่นเข้าไปในพื้นที่ที่เป็นป่าก็ได้ ปั่นไปเที่ยวตามชายหาดก็ได้ แต่ปั่นไปเที่ยวตามหมู่บ้านชาวประมงก็ได้

เพราะมีส่วนผสมผสานกันอยู่อย่างชัดเจนแล้ว

เช่นเดียวกัน เส้นทางที่ปั่นจักรยาน จะต้องให้จักรยานอย่างเดียว อย่าให้รถจักรยานยนต์เข้าไปวิ่ง หากพบเห็นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเอาจริงเอาจังด้วยการเขียนใบสั่ง ปรับสถานเดียว โดยไม่มีการยกเว้นแต่ประการใดทั้งสิ้น

เราวางต้นไม้พื้นเมือง  เอาไว้  โดยขาเข้าไปใช้บริเวณที่เป็นเกทต์เวย์เป็นตัวหลักไม่ว่าจะเป็นการนวดแผนโบราณ การพักผ่อนเพื่อดื่มด่ำกับกาแฟและปั่นจักรยานเล่นๆ  ส่วนอีกด้านให้เป็นอย่างที่ผมเขียนถึงข้างต้น

วางสภาพพื้นที่ให้เป็นสวนป่าที่แท้จริง  เอาต้นมะม่วงหิมพานต์มาปลูก ขณะเดียวกันเอาสินค้าแปรรูปของมะม่วงหิมพานต์มาวางขาย  ปลูกต้นสัปปะรดภูเก็ตเอาไว้รายรอบ พร้อมๆกับการขายสัปปะรดภูเก็ตไปในตัว

วางแผนให้ดี วางระบบให้ดี ไม่ต้องใช้เงินมากมายก่ายกองแต่อย่างใดหรอก

เพียงแต่ว่า

รู้จักการวางคน

และวิเคราะห์ความน่าจะเป็นให้ออก

ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าทุ่มเทงบประมาณออกมาสร้างศูนย์ตรงเกทต์เวย์ เพื่อใช้เงินใช้ทองของแผ่นดินออกมาให้ได้อย่างใจตัวเองต้องการและท้ายสุดกลายเป็น

อาคารร้าง

ปลุกผีไม่ขึ้น จนผมต้องเสนอให้วัดท่าฉัตรไชยตรงนั้นมาเช่าเพื่อ

ตั้งเป็นศาลาไว้ศพของชาวบ้านในละแวกนั้น

เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา เรามีที่พักแบบคันทรีให้เขา เรามีที่พักแวะทานให้กับคนไทยและเรามีที่เที่ยวที่กินให้กับคนในละแวกจากแถวโคกกลอย

ไม่นานหรอกครับ ตรงนี้จะกลายเป็น ท่องเที่ยวชุมชนเกิดใหม่และมีอนาคต

มากกว่าการปล่อยทิ้งร้างแบบไม่มีอนาคต

มากกว่าการสร้างห้องน้ำทิ้งร้างขาดคนดูแลด้วยงบประมาณเฉียดล้าน