ข่าวการเมือง » สปท.เห็นชอบแผนปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สปท.เห็นชอบแผนปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

17 กรกฎาคม 2017
59   0


สปท.เห็นชอบแผนปฏิรูปการพัฒนาและเพิ่มกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ประเทศไทยที่ยั่งยืน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0

การประชุมสภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ (สปท.) ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. เป็นประธานการประชุม พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา เรื่อง การพัฒนาและเพิ่มกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ประเทศไทยที่ยั่งยืน

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา กล่าวว่า รายงานดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากโลกในยุคปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง อีกทั้งมีความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ก่อให้เกิดนวัตกรรมซึ่งส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละประเทศแต่ละภูมิภาคอย่างยิ่ง

นายประยูร เชี่ยววัฒนา กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การขับเคลื่อนสู่การเป็นประเทศที่มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน ภายใน 3-5 ปี ต้องประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ คือ เปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิม โดยเน้นที่การบริหารจัดการและเทคโนโลยี ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีฐานะดีขึ้น 2. ธุรกิจ SME เปลี่ยนจากการพึ่งภาครัฐไปสู่การเป็น smart enterprises และstartups ที่มีศักยภาพสูง 3.ธุรกิจบริการ เปลี่ยนรูปแบบจากเดิมที่มีการสร้างมูลค่าค่อนข้างต่ำไปสู่ บริการที่สูง และ 4.เปลี่ยนจากแรงงานทักษะต่ำไปสู่แรงงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะสูง ดังนั้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนจึงเป็นการพัฒนาที่รักษาความสมดุลทั้งในด้านตัวบุคคล สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ทั้งเชิงปริมาณ คุณภาพ และความเป็นธรรมในสังคมควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง และสามารถใช้ทรัพยากรตามความต้องการในปัจจุบันโดยไม่ทำลายความสามารถในการใช้ทรัพยากรของคนรุ่นหลังสืบต่อไป

สำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านระบบการศึกษาไทย เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น จะต้องสร้างแรงจูงใจให้เด็กสนใจในการเรียนต่อสายสามัญสาขาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้มากยิ่งขึ้น และส่งเสริมการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ในระดับการศึกษาของประเทศอย่างจริงจัง

ขณะที่สมาชิก สปท.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับรายงานดังกล่าว เพราะเห็นว่า ประเทศไทยต้องขับเคลื่อนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่รัฐบาลวางไว้ จากตัวอย่าง สหรัฐอเมริกาที่พัฒนาดาวเทียมได้อย่างก้าวไกล ส่งผลดีให้สามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างทั่วโลก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถพัฒนาประเทศให้ก้าวไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว คนไทยควรมีการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ที่สูงขึ้น แต่จะต้องไม่ลืมรากเหง้าของตนเอง อาทิ การพัฒนาเกษตรกรรม อุตสาหกรรมให้มาอยู่ในรูปแบบการแปรรูป ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยมีรายได้ทางการส่งออกมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง ปัจจุบันมีการแข่งขันสูงมาก จึงจำเป็นต้องมีศูนย์การเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีทางต่างประเทศ จึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด พัฒนาที่ตัวบุคคลให้มีประสิทธิภาพมาก ลดการขาดแคลนทางด้านบุคลากรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นการลดผลกระทบต่อการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศอีกด้วย

จากนั้น ที่ประชุม สปท.มีมติเอกฉันท์เห็นชอบรายงานดังกล่าว ด้วยคะแนน 149 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง เพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป