จากสำนึกสู่ปากกา » ทุเรียนพังงา

ทุเรียนพังงา

17 กรกฎาคม 2017
74   0

                ผมตั้งใจอย่างมุ่งมั่นว่า ไปเที่ยวนี้จะต้องหากินทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านจากกมลาให้จงได้ เพราะว่า ผมชอบกินตั้งแต่สมัยเป็นเด็กที่แม่จะเหมามากวนที่บ้านทีละร้อยหรือสองร้อยลูก และทุกครั้งแม่จะคัดเอาเนื้อเหลืองๆมาให้ผมกับพี่ชายกินกับข้าว อร่อยนักอร่อยหนา

แต่แล้วต้องผิดหวัง เพราะทุกจุดที่คิดว่ามีทุเรียนขายกลายเป็นทุเรียนจากพังงาทั้งสิ้น

มีคนตั้งขายทุเรียนสาริกาจากกะปงในราคากิโลกรัมละ 250 บาท ผมยืนมองแล้วเดินจากไป ผมขับรถหยุดถามอย่างน้อยคนขายทุเรียนสองรายที่เอารถปิคอัพมาจอดขายตรงหน้าบริเวณตลาดสดบ่านซ้านตอนบ่ายๆ ปรากฏว่าแต่ละรายขายกิโลกรัมละ 90 บาทเป็นทุเรียนบ้านพันธ์พื้นเมืองของพังงา

ผมขับรถเข้าพังงาในวันอาทิตย์ที่ 9 กรกฏาคมและเส้นทางที่เข้าไปจะผ่านแถวย่านท่าอยู่และแถวย่านกะไหล ตรงบริเวณนี้มีแผงขายผลไม้ทั้งทุเรียน มังคุดและสะตอ

ผมเล็งเอาไว้ว่าขากลับจะต้องแวะซื้อทุเรียนให้ได้

และขากลับผมได้แวะซื้อจริงๆที่แถวบริเวณเลยท่าอยู่ใกล้จะถึงกะไหลแถบนั้น

ผมเห็นลูกมุดบ้านตั้งขาย เปลือกดำๆ มีร่องรอยอาการบอบช้ำจากการตกจากต้นลงสู่พื้น เขาขายลูกละห้าบาท ผมคัดมาสี่ลูก เก็บเอาไว้ปั่นให้แม่ทานที่บ้าน ลาภปากของแม่อีกแล้ววันนี้

จากนั้นผมซื้อทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านของพังงา  ลูกขนาดเท่าๆกัน คือลูกละสองกิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 60  บาท ผมรีบตะครุบภายใต้เงื่อนไขว่า

หากเนื้อไม่เหลือง ผมไม่เอา

คนขายรับจากคนที่มาส่งอีกที ผมมีดสับลงไปบนเปลือกทุเรียนจากนั้นฉีกเปิดอ้าให้ผมเห็นเนื้อเหลืองข้างใน

ผมซื้อมาสามลูกๆหนักสองกิโลกรัม ตกลูกละ 120 บาทรวม 360 บาท

คนขายเอากระดาษหนังสือพิมพ์ห่อทุเรียนและใส่ในถุงขนาดใหญ่พร้อมกันสามลูก

พร้อมๆกับการเอาถุงพลาสติกใส่ลูกมุดสี่ลูกให้เช่นเดียวกัน

เนื้อทุเรียนหอม และส่งกลิ่นทั่วทั้งรถจนกระทั่งแทบจะอดใจจอดรถข้างทางแกะกินไม่ไหว

ผมทานสามมื้อ  โดยมื้อแรกวันแรกที่ซื้อ ทานไปหนึ่งลูกกับอีกครึ่ง เมล็ดลีบดี เนื้อไม่เละจนเกินไป สุกทุกพู  ถัดมามื้อเช้าวันจันทร์ ผมทานก่อนออกจากบ้านอีกครึ่งลูก ก่อนจะกลับมาทานในมื้อเย็นอีกลูกหนึ่ง เนื้อใช้ได้ไม่เลวทีเดียว ดีกว่าที่ซื้อจากรถปิคอัพที่มาจอดขายเสียอีก

อันที่จริงแล้ว ปีนี้เจ้าของสวนทุเรียนในพังงาร่ำรวยจากการขายทุเรียนเพราะว่า

ทุเรียนภูเก็ตออกดอกแต่เจอฝนและลมแรงทำให้ดอกและลูกเล็กร่วงหล่นจนหมดกลายเป็นบางต้นติดแค่ไม่กี่ลูกจนกระทั่งกลายเป็นไม่มีทุเรียนพันธ์พื้นเมืองไม่ว่าจะเป็นกมลา กะทู้ หรือป่าคลอกให้กิน

ปีนี้ถือเป็นปีทองของคนพังงาเพราะทุเรียนออกลูกเยอะและขายได้เยอะ

ทั้งหมดขนมาขายในภูเก็ตเสียเยอะ

คนขายในภูเก็ตในปีนี้ไม่ง้อคนซื้อเหมือนปีที่ผ่านมา

ผมได้กินทุเรียนสามลูกในช่วงที่กลับลงไปบ้านก็ถือว่าคุ้มค่าและโชคช่วยแล้ว

และถือว่าหายอยากแล้ว

ปีนี้ผมจะพยายามลดปริมาณการกินทุเรียนลงไปเพื่อควบคุมน้ำหนักและรักษาสุขภาพ

เพราะกินทุเรียนมาก อาการร้อนในเยอะและจะกลายเป็นปัญหาปากเป็นแผล

อันที่จริงแล้ว ในพื้นที่ภูเก็ตตามสวนยางพาราที่มีการปลูกยางพารา หากปลูกต้นทุเรียนพันธ์พื้นบ้านแซมเข้าไปตามริมถนนหรือด้านในของสวน อย่างน้อยที่สุดเจ้าของสวนยางพาราพอจะมีรายได้จากการ

ขายทุเรียนทดแทนราคายางพาราที่ตกต่ำบ้าง

และในวันข้างหน้า คนจีนจะหันมากินทุเรียนบ้านมากกว่าทุเรียนพันธุ์เพราะ

ทุเรียนบ้านปลอดสารเคมีและปลอดปุ๋ยรวมไปถึงยาฆ่าแมลงทั้งหลายและไม่ต้องเก็บมาบ่มแก๊สป้ายยาเพราะหากไม่สุกมันจะไม่หล่นลงมาเองเหมือนกับทุเรียนพันธ์ที่จะต้องไปตัดลงมาจากต้นและป้ายยาที่ขั้วเพื่อกำหนดวันที่จะต้องสุก

ไม่มีใครบอกได้เลยว่า ยาที่ป้ายมีคุณและมีโทษต่อสุขภาพของผู้คนอย่างไร

ปีนี้ผมแทบจะไม่ได้ทานทุเรียนพันธ์หมอนทองสักเท่าไหร่นัก หากจะทานไม่น่าจะเกินสองลูกทั้งที่ปีก่อนหน้ากินเป็นที่จุใจ

อายุเยอะขึ้น ผมหันไปทานขนุนมากขึ้น ลดปริมาณการทานทุเรียนรวมไปถึงลดการทานทุเรียนกวนไปในตัวด้วย

วันนี้ที่เขียนมาทั้งหมด เพื่อบอกกล่าวชาวบ้านแถบป่าคลอก กมลาและที่อื่นๆที่ยังพอที่จะมีสวน มีที่ดินของตัวเอง น่าจะหันมามองทุเรียนบ้านกันบ้าง

ปลูกกันบ้าง

อย่างน้อยก็ยังพอที่จะขายเอาเงินมาเลี้ยงครอบครัวได้บ้าง

และบอกได้เลยว่า ปีนี้คนที่เป็นเจ้าของสวนกำไรจากการขายทุเรียนอย่างเป็นกอบเป็นกำทีเดียว

ทุเรียนเป็นผลไม้พื้นบ้านที่น่าสนใจและน่าปลูกเพื่อเอาไปขายอย่างหนึ่ง

ไม่เชื่อลองหาสถานที่ปลูกดู