ข่าวภูเก็ต » เจ้าท่าพังงา ชี้แจงมาตรการบรรเทาความเสียหายแก่ประชาชนผู้ปลูกสร้างอาคารล่วงล้ำลำน้ำ

เจ้าท่าพังงา ชี้แจงมาตรการบรรเทาความเสียหายแก่ประชาชนผู้ปลูกสร้างอาคารล่วงล้ำลำน้ำ

16 กรกฎาคม 2017
65   0

นายณชพงศ์ ประนิตย์ เจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา กล่าวว่า สืบเนื่องจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทย ฉบับที่ ๑๗ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 และสิ้นสุดการขยายเวลารับแจ้งให้เจ้าท่าทราบถึงการฝ่าฝืนหรือการปลูกสร้างซึ่งไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตดังกล่าว ภายใน วันที่ 22 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมานั้น ซึ่งได้ส่งผลกระทบกับวิถีชุมชนที่อยู่ริมฝั่งน้ำ โดยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น ผู้ประกอบการกระชังปลาในพื้นที่ ออกมารวมกลุ่มยื่นหนังสือร้องเรียนต่อทางรัฐบาล จึงได้มีคำสั่ง คสช. ที่ 32/2560 เรื่องการบรรเทาความเสียหายให้แก่ประชาชน ในกรณีปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยขยายเวลารับแจ้งออกไปอีก 60 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 1 กันยายน 2560 ทางเจ้าท่าพังงามีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่มีสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำที่ยังไม่ได้มาแจ้งตามกำหนดเวลา จึงขอให้นำเอกสาร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน รูปถ่าย แผนที่โดยสังเขป มาแจ้งต่อทางสำนักงานเจ้าท่าโดยด่วน พร้อมกันนี้ ทางเจ้าท่าจะเร่งเข้าไปประชาสัมพันธ์ในทุกพื้นที่ เช่น เกาะปันหยี เกาะยาว เกาะพระทอง คุระบุรี รวมถึงที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการร่วมกับท้องถิ่นและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยวางกำหนดการลงพื้นที่เกาะปันหยีในวันอาทิตย์นี้ เพื่อให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเข้าแจ้งข้อมูลการเข้าล่วงล้ำให้ทันเวลา สำหรับผู้ที่สร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำมาก่อนแล้ว ก็จะยกเว้นโทษทางอาญา ทางแพ่ง และทางปกครองทั้งหมด ซึ่งกฎหมายฉบับเดิมก็จะมีทั้งโทษปรับและโทษทางอาญา ส่วนในกรณีค่าตอบแทนรายปี บางอย่างก็จะพิจารณายกเว้น เช่น เป็นพื้นที่เพื่อการทำกระชังปลา การเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือบ้านเรือนริมทะเล จะคิดตารางเมตรละ 5 บาท และเร็วๆ นี้ จะมีรายละเอียดที่ชัดเจนจากประกาศจากกระทรวงคมนาคมออกมาประชาสัมพันธ์อีกครั้ง

เจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา คาดการณ์ว่า จังหวัดพังงาจะมีประชาชนที่เข้าข่ายล่วงล้ำลำน้ำอีกกว่าหนึ่งหมื่นราย เนื่องจากแค่เฉพาะผู้ประกอบการกระชังปลาก็มีกว่าพันรายแล้ว นอกจากนี้ ยังมีรูปแบบวิถีชุมชน ชาวบ้าน ชาวประมง โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะปันหยี ซึ่งต้องเข้ามาแจ้งทั้งหมด เพื่อพิจารณาว่าจะต้องรื้อถอน หรือจะเข้ากับกฎหมายข้อไหน เป็นวิถีชุมชน เป็นขนบธรรมเนียมประเพณี หรือการท่องเที่ยว ซึ่งมีกฎหมายที่รองรับอยู่ ก็ต้องเข้าไปพิจารณาตามพื้นที่ซึ่งก็จะมีบริบทที่แตกต่างกัน ดังนั้น จึงขอย้ำให้เข้ามาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ภายในวันที่ 1 กันยายนนี้ โดยนำเอกสารมายื่นภายใน 180 วัน หลังจากนั้น เจ้าท่าจะดำเนินการตรวจสอบอีก 180 วัน ว่าจะสามารถอนุญาตได้หรือไม่ หรือบางเรื่องอาจต้องนำเสนอไปทางรัฐบาล เพื่อพิจารณาตามช่องทางของกฎหมายต่อไป ท่านใดที่ได้แจ้งตามกฎหมายก่อนแล้ว ก็ไม่ต้องแจ้งอีก แสดงว่ามีผลเรียบร้อย สำหรับใครที่ยังไม่แจ้งให้รีบดำเนินการ ที่สำนักงานเจ้าท่าพังงา หรือเจ้าท่าจังหวัดที่สิ่งล่วงล้ำลำน้ำอยู่ในพื้นที่