จากสำนึกสู่ปากกา » สิ่งศักดิ์สิทธิ์

สิ่งศักดิ์สิทธิ์

11 กรกฎาคม 2017
23   0

 

ผมเป็นคนเคารพและนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ไม่เคยลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไหนแม้แต่น้อย และทุกครั้งจะสอนลูกชายให้เคารพในสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสมอ

เมื่อตอนผมเข้ากรุงเทพฯเพื่อมารายงานตัวเข้าเรียนมหาวิทยาลัยสำหรับเรียนในชั้นปริญญาตรี ผมพกรักยมและแขวนพระไว้นับจากหลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อทวด พ่อท่านคล้าย เป็นอาทิ วันหนึ่งพ่อพาขึ้นรถเครื่องมาส่งที่ท่ารถ บขส. ขณะที่นั่งซ้อนท้ายพ่อมา เสียงกระซิบข้างหูของผมตลอดทางว่า พ่ออย่าไป พ่ออย่าไป เสียงคล้ายรักยม ที่ไปเขี่ยเท้าแม่เล่นในตอนแม่หลับ

ผมก้าวขึ้นรถด่วน 999 และล็อคที่นั่ง 3 บี.แล้ว  และเอากระเป๋าไว้ตรงชั้นเหนือที่นั่ง ก่อนพ่อและแม่จะกวักมือเรียกลงจากรถ พร้อมกับถามว่า เอกสารครบไหม ตรวจสอบดูซิ ผลปรากฏว่า ลืมเอาสำเนาทะเบียนบ้านไป ลืมไว้ที่บ้าน ทั้งพ่อบ่นแต่แม่ด่า

ผมเอากระเป๋าสัมภาระลงจากรถ เพราะเหลือเวลาอีก 15 นาทีรถจะออกแล้ว แม่ยืนเฝ้าสัมภาระของผม พอพ่อพาผมมาถึงสถานี บขส. รถคันนั้นไม่รอผมเสียแล้ว ขับออกไป ผมเสียเงินค่าตั๋ว แม่ด่าผมเละ พ่อได้แต่บ่นเพราะต้องซื้อตั๋วรถ บขส.ใหม่

ห่างกันราวชั่วโมงเศษ หรือสองชั่วโมง ผมได้ขึ้นรถเที่ยวใหม่และรถออกไปถึงประจวบคีรีขันธ์  คนขับรถจอดรถเพื่อรับผู้โดยสารคันที่ผมต้องมา ปรากฏว่า รถคันนั้นประสานงานกับสิบล้ออย่างรุนแรง หน้ายุบมาถึงที่นั่งเลขที่ 3 บี. คนที่นั่งแทนผม เสียชีวิตคาเบาะ

นั่นคือปาฏิหาริย์ของรักยม ที่ตอนหลังมาแหย่แม่ตอนหลับบ่อยๆ แม่ถามผมว่า เลี้ยงรักยมหรือไม่ สุดท้ายผมต้องตัดสินใจ บอกรักยม และพาไปไว้ใต้ต้นโพธิ์ในวัด

นั่นคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผมเจอ

ครั้งที่สอง  แป๊ะเจ้าหลิม อดีตเจ้าอาวาสองค์ที่ผ่านมาของวัดฉลองภูเก็ต โทรศัพท์ไปหาผมขณะที่ผมทำงานที่เมืองระนอง บอกว่า วันนี้อย่าออกจากบ้านน่ะ อย่าขี่รถเครื่องน่ะ ผมรับปากว่าครับ

เย็นวันนั้น ผมขี่รถเครื่องไปซื้อกับข้าวแล้ววิ่งลงเนินและถนนเป็นลูกคลื่นช่วงจวนผู้ว่าราชการจังหวัดระนองมาถึงสะพานก่อนถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง ความเร็วของรถเครื่องทำให้ผมคอนโทรลแฮนด์รถเครื่องไม่ไหว  รถเสียหลัก กระเด็นไปสี่เสาไฟฟ้า จนเกือบถึงสี่แยกหน้าโรงพยาบาลระนอง

ทุกคนที่เห็นรถตีลังกาวันนั้น พูดเสียงเดียวว่า คนขับขี่รถ ตายคารถและตายคาถนนแน่นอน

แต่ขณะที่รถกำลังกลิ้งบนถนน มีพระองค์หนึ่ง ถือจีวรคอยคล้องตวัดร่างและรถตลอดเวลาจนกระทั่งเสียงนั้นตะโกนบอกว่า กระโดดออกไป ผมรีบกระโดดออกจากรถ และออกไปยืนข้างรถเครื่องคาวาซากิ 100 ซีซี คันเก่งของผม

ผลก็คือ ขาบวมสองข้าง หัวเข่าถลอด ข้อศอกถลอก คางถลอกเล็กน้อย ทุกอย่างปกติ ผมเข็นรถเครื่องของผมไปที่โรงพยาบาลระนอง เดินเข้าห้องฉุกเฉิน ให้หมอตรวจและพยาบาลล้างแผล ก่อนรับยาและจ่ายเงิน แล้วขี่รถเครื่องกลับไปบ้าน

พระที่เอาจีวรมาคล้องร่างรองรับตัวผมตลอดเวลาคือ

หลวงพ่อแช่ม แห่งวัดฉลอง ภูเก็ต

เป็นหนึ่งในพระเครื่องเก้าองค์ที่ผมแขวนคอตลอดเวลา ไม่มีหลวงพ่อองค์ไหนเกี่ยงเรื่องการช่วยเหลือในครั้งนั้นแต่อย่างใด

ในวันที่พ่อของผมป่วย อาการหนักขนาดเข้าห้อง ไอซียู ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต  ผมรีบนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯมายังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต  พอเข้าไปถึงห้อง ไอซียู ร่างของพ่อเย็นจากหัวจรดเท้า  พยาบาลถามผมว่า เป็นอะไรกับคนป่วย ผมบอกว่า เป็นลูก

พยาบาลบอกให้ผมทำใจ ไม่พ้นวันนี้

ผมขับรถออกจากโรงพยาบาลทันที เป้าหมายคือศาลเจ้าฮกหงวนกง อันเป็นศาลเจ้าประจำตระกูล ที่บรรพบุรุษตระกูลทองตันของแม่สร้างเอาไว้  ผมเข้าไปจุดธูปขอจาก องค์จอซือกง ขอให้พ่อหายกลับมา และอย่าเพิ่งให้เป็นอะไรไปในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้

ผมตักเอาน้ำมนต์จากบาตร และเอาฮู้ จากศาลเจ้าไป ผมโยนติ้วเพื่อขอชีวิตพ่อ อย่าให้ผมเป็นอะไรไป ติ้วออกมาคว่ำหงาย ว่าพ่อไม่เป็นอะไร

ผมไปถึงห้อง ไอซียู โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต  เอาฮู้ชุบน้ำมนต์ ลูบตั้งแต่หน้าของพ่อยันปลายเท้า

ไม่ถึงสามนาที พอลืมตาขึ้น  ยิ้มกับผม และถามว่า มาเมื่อไหร่  มานานแล้วยัง

หลังจากวันนั้น ผมส่งพ่อขึ้นรถพยาบาลฉุกเฉินขึ้นมาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพในซอยศูนย์วิจัยก่อนจะส่งพ่อขี้นไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลกันทรลักษ์ ศรีสะเกษ จนกระทั่งหลังจากนั้นราว 5 ปีถึงพ่อเสียชีวิต

คนที่ไปลบหลู่หรือแสดงอำนาจบาตรใหญ่เหนือสิ่งศักดิ์สิทธิ์มักเผชิญกับหายนะ อย่างที่ปรากฏเจ้าของกิจการโรงแรมแห่งหนึ่งสร้างโรงแรมบังศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ท้ายสุดเจ้าของและลูกชายกระโดดตึกโรงแรมตัวเองนั่นแหละฆ่าตัวตาย หาต่างไปจากเจ้าของกิจการบ้านจัดสรรอย่างน้อยสองรายที่ พระจีนผู้เป็นใหญ่ในศาลเจ้าซัดข้าวสารและบอกว่าเจ๊ง หลังจากนั้นเจ๊งตามปากพระ….ผมไม่เคยลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด