จากสำนึกสู่ปากกา » เด็กขอทาน

เด็กขอทาน

6 กรกฎาคม 2017
86   0

 

ผมไม่เคยรังเกียจคนจนไม่ว่าจะหน้าไหน เมื่อก่อนตอนผมทำงานไม่ว่าจะเป็นจังหวัดเลย ระนอง เพชรบูรณ์ หรือกรุงเทพฯ ทุกครั้งที่นั่งทานข้าว จะมีขอทานเด็กๆ เดินมาสะกิดขณะที่กำลังตักข้าวเข้าปาก พร้อมทั้งเอ่ยปากว่า

น้าๆขอตังค์กินข้าวหน่อย

พร้อมกับแสดงอาการเหมือนกับจะหิวจัด

ใหม่ๆผมเคยให้เงิน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ผมจะให้ทีห้าบาท พอมาวันหนึ่ง ผมเห็นคนที่ผมให้เงินซึ่งบอกกับผมว่า ขอตังค์กินข้าว กลับเอาไปซื้อบุหรี่และซื้อเหล้าที่ตวงขาย

นับจากวันนั้นเป็นต้นมา เวลาขอทานคนไหน เข้ามาขอเงินเพื่อเอาไปทานข้าวจากผม ผมมักจะบอกเสมอว่า หิวข้าวเหรอ หากเขาพยักหน้า ผมบอกกับเขาว่า สั่งข้าวกินไป ใส่กล่องไหม จะกินข้าวอะไร

แต่เมื่อผมเปิดทางให้แล้ว เขากลับจะบอกกับผมว่า

ต้องการตังค์ ไม่เอาข้าว ผมจะตอบกลับไปว่า หากไม่กินข้าว ไม่ให้

บางคนแลบลิ้นปลิ้นตา บางคนเดินด่าไปอีก

ระยะหลังจะเป็นขอทานชาวต่างชาติเข้ามาทำหน้าละห้อย เข้ามาขอเงินจากคนไทยเพราะรู้ว่าคนไทยเป็นคนใจบุญ

เมื่อตอนลูกชายสองคนของผมยังเล็ก ทุกครั้งที่ผมพาไปเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ผมจะใส่เหรียญบาทในกระเป๋าให้ลูกชายคนละ 9 เหรียญ ไม่ว่าจะเจอขอทานตรงไหน เจอหีบเพชรรับบริจาคที่ไหน ผมจะสอนให้เอาเหรียญบาทหนึ่งเหรียญใส่ขันหรือใส่หีบเพชรเพื่อ

สอนนิสัยทำบุญและทำทานให้กับเขา

วันหนึ่งผมพาลูกชายไปที่ตลาดดอนหวายและแวะไปไหว้พระที่วัดไร่ขิง ลูกชายเจอขอทาน หยิบเหรียญบาทใส่ในขันให้เหรียญหนึ่ง ขอทานผู้หญิงหันขันไปหาขอทานอีกคนแล้วหัวเราะ นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ลูกชายคนเล็กของผม ไม่เคยหยิบตังค์ใส่ขันขอทานอีกเลย

ความไร้เดียงสาของเด็กๆที่ผมพยายามจะสอนให้เขารู้จักใจบุญ รู้จักให้ทาน เกิดความรู้สึกที่ไม่ดี

ผมจำไม่ได้ว่า ผมไปที่ไหน ผมเดินไปดูอะไรต่อมิอะไร เด็กๆขอทานจะวิ่งมาเที่ยวเกาะแขน ห้อยโหนแบบนี้ เนื้อตัวดำมอมแมมด้วยขี้ฝุ่นและขี้ไคล มาขอตังค์กินข้าว ผมหันไปมองและถามว่าหิวข้าวใช่ไหม เขาก็บอกว่า ใช่ ขอตังค์กินข้าว พอพาไปที่ร้านกลับบอกว่า แม่ให้มาเอาตังค์กลับบ้าน

ผมบอกว่า ถ้าขอเงิน ผมไม่ให้ เพราะว่า บางทีเอาไปเล่นการพนัน

ในดินแดนของพม่าและเขมรก็มีให้เห็นแบบนี้ คนที่เป็นไก๊ด์จะบอกเตือนเสมอว่า หากจะให้คนๆหนึ่งจะต้องให้ทั้งหมดมิเช่นนั้นจะมีปัญหา ผมพยายามจะเดินเลี่ยงหลบเพื่อมิให้เกิดการมาขอแล้วทนใจอ่อนไม่ได้

ภาพของเด็กที่ราไวย์ที่วิ่งออกมาขอเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาบริเวณราไวย์ และเที่ยวกระโดดห้อยโหนนักท่องเที่ยว เป็นอีกภาพหนึ่งที่ผมเคยเจอในอดีตแต่ไม่ใช่ที่ภูเก็ต

พ่อแม่ของเด็กน่าจะสอนลูกไม่ถูกทาง แทนที่จะหาสินค้าให้ลูกออกไปเดินขายให้กับนักท่องเที่ยว แทนที่จะให้ลูกไปหารับจ้างทำอะไรให้นักท่องเที่ยว กลับกลายเป็นว่าสอนให้ลูกออกมาขอทานและใครไม่ให้ก็แสดงอาการไม่ค่อยจะน่าประทับใจ

จากข้อมูลข่าวที่อ่านออกมาในทำนองว่า

พ่อแม่ของเด็กไม่ห้ามกลับส่งเสริมให้ลูกทำ จึงกลายเป็นภาพที่ไม่ดียิ่งของแหล่งท่องเที่ยวอย่างบ้านเรา

ถ้าในช่วงทำบุญเดือนสิบตามงานวัดหลังศาลบ้าง วัดควนบ้าง ที่มีการเอาขนมท่อนไต้บ้าง ขนมเทียนบ้าง หรือขนมอะไรที่เตรียมมาทำบุญกับพระแล้วใส่ให้กับคนที่เป็นชาวเลที่จะมานั่งขอ นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก และในอดีตผมเคยทำ แม่ของผมสอนให้ทำแบบนี้

แต่กับการที่พ่อแม่ปล่อยให้ลูกออกมาขอทานตามภาพที่ปรากฏในข่าวและในสื่อสารออนไลน์ เป็นภาพที่ไม่น่าจะประทับใจอันใดนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านราไวย์ที่คนต่างชาติจะเข้ามาซื้อปลาเพื่อไปทำเป็นอาหารและไปทานอาหารตามร้าน

ผมไม่ได้เข้าไปแถวราไวย์ตรงหมู่บ้านชาวเลนานแล้ว แทบจะเรียกว่านานเป็นสิบปีเห็นจะได้ เมื่อก่อนขับรถเข้าไปแล้ว สามารถเลี้ยวยูเทอร์นกลับได้ แต่ตอนหลังมีการสร้างบ้านปิดเส้นทางรถยนต์ นับจากวันนั้นผมไม่เคยเข้าไปอีกเลย

กระทั่งการกระทบกระทั่งระหว่างชาวเลกับทุนที่เข้าไปทำการก่อสร้างกำแพงและใช้สิทธิ์ตามเอกสารสิทธิ์ก็ตาม

ในภูเก็ต เรามีสังคมสงเคราะห์ เรามีประชาสงเคราะห์ เรามีเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าดูแลเรื่องขอทานและเด็กเร่ร่อน น่าจะต้องเข้าไปดูพฤติกรรมและหากเห็นว่าปล่อยไว้จะเกิดความเสียหายต่อประเทศ ก็ดำเนินการจับกุมและนำส่งไปยังสถานสงเคราะห์เด็กเพื่อให้รับเลี้ยงและส่งเรียนหนังสือได้

ผมไม่ได้รังเกียจคนที่มีฐานะต่ำต้อยกว่าผมแต่อย่างใด ผมเห็นใจและผมส่งเสริมคนที่มีฐานะต่ำต้อยกว่าเสมอมา แต่เรื่องนี้คือหน้าตาของประเทศ อยากได้ตังค์ต้องทำงาน ไม่ใช่แบมือขอใคร