มองแบบเผ่าเทพ » รถไฟไทย-จีน 2

รถไฟไทย-จีน 2

27 มิถุนายน 2017
76   0

 

ฉบับที่แล้วเขียนเรื่องรถไฟไทย-จีน แค่ กทม.-โคราช แต่ตามโครงการเต็มแล้ว จะต้องต่อจากโคราชไปจนถึงหนองคายอีกประมาณ 350 กม.หรือเงินอีกประมาณ 2 แสนกว่าล้านบาท หากรวมเงินลงทุนทั้งหมดจะเป็นเงินประมาณ 4 แสนล้านบาท ถึงต้องใช้ ม.44 มาบังคับให้เกิด มิฉะนั้นคงเกิดยากส์
หาก 25 % ของเงินลงทุนเป็นค่าออกแบบ ค่าควบคุมการก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งจะไม่ตกอยู่ในเมืองไทย โครงการนี้รัฐจะต้องจ่ายให้บริษัทจีนบริษัทใดบริษัทหนึ่งถึง
1 แสนล้านบาท!!
มีผู้วิจารณ์ว่า โครงการนี้อาจทำให้เกิด
“โศกนาฏกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมไทย”
และก็ค่อนข้างจะแน่ด้วย ท่านหัวหน้า คสช.บอกว่า
สำหรับการพิจารณาความคุ้มทุนไม่อยากมองเฉพาะจำนวนผู้โดยสารที่จะใช้บริการเท่านั้น เพราะทุกประเทศแรกๆขาดทุนทั้งหมด!!
ประเทศที่ทำแล้วขาดทุนในระยะแรก ๆ เขาพร้อมที่จะขาดทุน พร้อมที่จะตั้งงบประมาณรับ ส่วนประเทศไทยเราล่ะพร้อมแล้วหรือ เรายังมีโครงการเกี่ยวกับรางอีกหลายโครงการที่น่าทำกว่า ที่จะให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมมากว่า เช่น รถไฟรางคู่ จะเป็นราง 1 ม. หรือ 1.425 ม. ก็ตาม ทำไมไมทำ
อนึ่งเศรษฐกิจเราแข็งแกร่งจริงหรือที่จะลงทุน 4 แสนล้าน ที่จะเสียค่าออกแบบ ค่าKNOW HOW ถึง “แสนล้าน” และตัวเลขจากการทำ STUDY ของโครงการนี้เมื่อไรจะเปิดเผยออกมา
เราเห็นด้วยว่าประเทศไทยต้องมี
“รถไฟความเร็วสูง”
แต่ไม่ใช่วันนี้ พรุ่งนี่ สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดขณะนี้คือ การคมนาคมที่สะดวก ปลอดภัย ถนนลูกรังควรหมดไปจากเมืองไทยก่อนที่จะมีรถไฟความเร็วสูง ทุกตำบลควรจะมี “ประปาตำบล”ก่อนที่จะมี “รถไฟความเร็วสูง” รัฐบาลอ้างว่าไม่มีงบประมาณก็กู้ 4 แสนล้านมาทำ รอโครงการรถไฟนี้ไปก่อนดีไหมครับ
นักวิชาการเศรษฐศาสตร์ร้อยทั้งร้อยเป็นห่วงเรื่อง “ความคุ้มทุน”กับความเจ๊งได้ง่าย ไต้หวันเผชิญมาแล้วขนาดทำการศึกษามามากกว่าเรา แต่แล้วไม่มีคนใช้รถพอเพียง ของไทยเราก็เช่นกันรถไฟความเร็วสูงขนผัก ขนไก่ไม่ได้ ขนได้เฉพาะคนที่มีรายได้ปานกลาง นักท่องเที่ยวระดับกลางขึ้นไป และความรีบด่วนหรือทุ่นเวลาในการใช้รถไฟความเร็งสูงในบ้านเราจะไม่ได้ผลอย่างในต่างประเทศ เพราะบริการรองรับต่อเนื่องหลังจากลงรถไฟแล้ว ของเราจะมีปัญหามากมายทำให้เสียเวลามากกว่าเวลาที่ทุ่นไปในการใช้รถไฟไม่เชื่อคอยดูก็แล้วกัน
จนบัดนี้สุวรรณภูมิยังแก้ปัญหาแท๊กซี่ไม่ได้ ดอนเมืองเคยประสบปัญหานี้เมื่อ 10 ปีก่อน อย่างไรก็ยังคงอยู่อย่างเดิม ท่านผู้อ่านลองวาดภาพสถานีบางซื่อเป็นชุมทางรถไฟทุกขบวนที่จะออกจาก กทม. หรือมา กทม.จะหยุดที่นั่น จะต้องใช้แท๊กซี่ รถใต้ดิน บนดินต่อ แต่ความพร้อม ความสะดวกของเราดีแค่ไหน??
การที่จะลงทุน 4 แสนล้านโดยไม่ได้มีการรับฟังความเห็นของประชาชานเลยเรียกว่า เป็นประชาธิปไตยไหม มีคนถาม มีผู้วิจารณ์ว่าโครงการนี้อาจมีเรื่องทางการเมืองหรือผลประโยชน์อื่นๆมาเกี่ยวข้องนั้นอาจไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของชาติ?
รัฐบาลคสช.พยายามจะบอกว่า โครงการรถไฟไทย-จีนนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีที่จะช่วยให้ไทยได้ประโยชน์มากขึ้นตามมา ภายใต้โครงการเส้นทางสายไหมของจีน
เราว่าจีนได้ประโยชน์มากกว่าเป็นแน่!!
ฟังท่าน รมว.คมนาคมพูดแล้วยิ่งเสียว! ท่านบอกว่าแนวเส้นทางในการก่อสร้างส่วนใหญ่ 80 % จะใช้แนวทางรถไฟเดิมที่มีอยู่แล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นรถไฟรางคู่ รถไฟสายอื่น ๆ ต้องหาเส้นทางใหม่เช่นนั้นหรือ รถไฟรางคู่กับของที่มีอยู่ก็ต้องไปกับของเดิมมากว่า หากถูกรถไฟความเร็วสูงยึดไปเสียแล้ว รถไฟรางคู่ก็คงไม่ได้เกิด??
หาก ครม.อนุมัติโครงการแล้วประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้างได้แล้ว จะเริ่มก่อสร้างตอนที่ 1 จากสถานีกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม. ก่อนในเดือนก.ย. 2560 นี้
– ทำไม 3.5 กม.ตรงนั้น?
– จะให้เป็นสัญญลักษณ์ อัปลักษณ์
โฮปเวลล์ 2หรือไม่??
ทันทีที่ ครม.อนุมัติโครงการ กระทรวงคมนาคมต้องออกรายละเอียดค่าใช้จ่าย 25 % ของโครงการระยะแรก 40,000 ล้าน ระยะที่ 2 โคราช-หนองคายอีกประมาณ 60,000 ล้าน รวม 1 แสนล้านให้ประชาชนได้ทราบทันที โครงการนี้มีค่าอะไรบ้างคงไม่รวมค่าคอมมิชชั่นมาตรฐาน 3 %-5 % ด้วยนะครับ
ก็ยังหวังอยู่ว่า ครม.จะเห็นด้วยกับการชี้แจงรายละเอียดของค่าดำเนินการโครงการ หยุด-เลิก-เลื่อน โครงการคงเป็นไปไม่ได้แล้ว ท่านรอกันมา 3 ปีแล้วทนไม่ได้แล้วต้องใช้ ม.44 จึงได้เกิด!!?