จากสำนึกสู่ปากกา » ในที่สุดของถนนถลาง

ในที่สุดของถนนถลาง

26 มิถุนายน 2017
527   0

ถนนถลางในวัยผมเป็นเด็ก แม่จะพาผมไปหาหมอวิรัชบ้าง หมออะไรอีกคนที่อยู่ติดกันบ้าง ในวันที่ผมเป็นหวัดหรือปวดท้องอันเนื่องมาจากการทานเงาะและโดนเปลือกที่หุ้มเมล็ดบาดเอา และถนนถลางในวัยเด็กจะมีทางเดินที่ทะลุถึงกันได้ที่เราเรียกกันว่า

หง่อก่ากี่

แต่ต่อมา แต่ละบ้านถือว่า โฉนดตัวเองออกไปยาวถึงข้างฟุตบาธ จึงขยายร้านออกมาจนกระทั่งครอบคลุมและก่ออิฐปิดหง่อก่ากี่จนกระทั่งหมดสิ้น

ทั้งที่เทศบาลเมืองจนกระทั่งถึงเทศบาลนครภูเก็ตในยุคคนหนุ่มพยายามจะทะลวงให้คนเดินผ่านไปมาได้โดยสะดวก

บ้านเรือนในยุคนั้น โผล่หลังคาออกมานอกชานนิดหนึ่งเพื่อปล่อยน้ำลงท่อระบายน้ำและลงสู่คูระบายน้ำ ต่อมาท่อน้ำจากหลังคาที่ทอดยาวลงมาสู่ท่อระบายน้ำเกิดเป็นสนิม คนรุ่นใหม่จึงไม่สานต่อและตัดทิ้งจนกระทั่งกลายเป็นว่า หากวันไหนฝนตก น้ำฝนจากหลังคาจะลงมาสู่ข้างล่างราวน้ำตก แรงและเจ็บหากโดนและถึงขั้นเปียก

ถ้าคนไม่มีร่มกันฝนกันจริงๆจึงจะไม่มีใครเดินฝ่าฝนตรงบริเวณนั้น เพราะตรงถนนถลางไม่มีที่หลบฝนแต่อย่างใด

ฟุตบาธที่คนพอเดินสวนกันได้ในอดีต ต่อมามีการทำอะไรใหม่ไม่ทราบ ขยายฟุตบาธออกมาอีกข้างละกี่นิ้วผมไม่ทราบ เอาเป็นว่าถนนคับแคบและระดับรถโตโยต้าฟอร์จูนเน่อร์หรือรถกะบะยี่ห้ อฟอร์ดไม่สามารถที่จะเบียดแทรกเข้าไปได้ หากจะขับเข้าไปจะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูง

ทำให้เสน่ห์ของถนนถลางจึงกลายเป็นแค่ถนนคนเดินในวันอาทิตย์ที่จะขายคึกคักส่วนวันธรรมดาถ้าไม่มาซื้อผ้ากันจริงๆ ไม่มีใครขับรถเข้ามาหรอกครับเพราะ

ไม่มีที่จอด

ผมเป็นคนหนึ่งที่มีชีวิตผูกพันกับถนนถลางตั้งแต่จำความได้และเดินเป็น แม่ก็จูงมาเดินแถวนี้ เดินจนกระทั่งหลับตาเดินจำได้ว่าตรงไหนมีตะปูที่เป็นหลักเขตหรือหลักหมุดบอกเขตโฉนดในสมัยก่อนได้

มีคนบ่นและคนถามกันเหลือเกินว่า ถนนดีๆ เทศบาลนครภูเก็ตไปพัฒนากันทำไมให้ถนนมันคับแคบและมีการเพียรพยายามเหลือเกินที่จะไม่ให้ถนนถลางกลางเป็นวันเวย์

เหมือนกับถนนพังงาหรือถนนรัษฏา

แต่แล้วในที่สุดเหมือนฟ้าฟาดลงมากลางกบาลของคนถนนถลางทั้งมวลเมื่อตำรวจภูเก็ตประกาศให้ถนนถลางเป็น

ถนนวันเวย์

เท่ากับว่าปริมาณที่จอดรถหายไปครึ่งหนึ่งโดยปริยายและฉับพลัน

และเท่ากับบั่นทอนการค้าในถนนถลางที่ยังไม่ปรับตัวให้ขาดหายลูกค้าไปอีกจำนวนไม่รู้อีกเท่าไหร่

อันที่จริงแล้ว มีคนถามผมว่า ถนนภูเก็ตคับแคบไหม ผมตอบว่าไม่คับแคบและไม่สมควรทำถนนเพิ่มแล้ว เพียงแต่จะต้องมาจัดระเบียบการจราจรใหม่

ไม่ว่าจะผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผู้บัญชาการตำรวจภาค 8 ผู้บังคับการตำรวจภูเก็ตและนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งระบบคือตัวการทำให้ถนนและการจราจรติดขัดเพราะขาดความรู้ ความเข้าใจในระบบการบริหารจัดการการจราจรที่ดี

อาจจะมีคนแอบค้อนและถามว่า บริหารตรงไหนไม่ดี

ผมตอบว่า ถนนถลางทุกวันนี้มีทั้งหมดสามเลนใช่หรือไม่ ? เป็นเลนจอดรถเสียสองเลนและเลนรถวิ่งอีกหนึ่งเลน ถ้าหากทำเป็นวันเวย์ ย่อมทำให้ถนนถลางมีเลนวิ่งอีกหนึ่งเลนถูกต้องไหม ถ้าหากว่าเราตีเส้นแบ่งเลนการจราจร

แต่เชื่อเถอะ ร้อยทั้งร้อยของคนบริหารจัดการการจราจรบ้านเรา ขาดวิสัยทัศน์ มองการแก้ไขปัญหาจราจรไม่ออก ยกตัวอย่างถนนเยาวราช แบ่งเลนได้ถึงสี่เลน แต่ดันทะลึ่งให้รถจอดสองข้างทาง เหลือแค่สองเลน แต่ไม่ยอมตีเส้นแบ่งเลน ทุกวันนี้วิ่งแค่เลนเดียวเพราะชาวบ้านขาดวินัยกว่าพม่าที่เข้ามาใช้แรงงาน ขับคล่อมเลนแบบเห็นแก่ตัวทำให้

ถนนเหลือเลนเดียว

ถนนในบ้านเรา ทุกสายแหละครับ สร้างไว้เผื่อทั้งสิ้น เพียงแต่คนต้องการจะทำอะไรที่ไม่อยากจะเขียนให้มากไปกว่านี้เลยไม่ยอมตีเส้นและแบ่งเลนให้รถติด ให้ชาวบ้านเดือดร้อน

ต้องเลือกพวกนี้แหละเข้ามาบริหารบ้านเมืองนี้อีกนานๆเพื่อให้

เราล้าหลังกว่าพม่า เวียดนาม และลาว

ในอนาคต

ให้ลูกหลานไทยไปเป็นขี้ข้าของเขา แล้วถึงวันนั้นพวกนี้แหละจะออกมาบอกสังคมว่า ถ้าวันนั้น ตอนนั้นมีตำแหน่งน่าจะทำ

ออกมาสำรากทำไมไม่รู้ พวกนี้