ข่าวสตรี » บุหรี่มือสอง-มือสาม กับความเป็นธรรมทางอากาศ

บุหรี่มือสอง-มือสาม กับความเป็นธรรมทางอากาศ

24 มิถุนายน 2017
337   0

บุหรี่มือสองหมายถึงการได้รับพิษจากควันบุหรี่จากผู้สูบที่อยู่ใกล้ชิด และบุหรี่มือสามหมายถึงสารนิโคติน และสารพิษอื่นเกาะติดตามพื้นผิวฝ้า เพดาน เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า ผ้าห่ม หมอน ฝุ่น อื่นๆ ในบ้าน ที่อยู่อาศัย และจะคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้นอีกนาน

บุหรี่มือสอง หมายถึงการได้รับพิษจากควันบุหรี่จากผู้สูบที่อยู่ใกล้ชิด เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของเด็กที่เกิดจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็ก งานวิจัยพบว่าเด็กทารกที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง เสี่ยงต่อการตายเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจติดเชื้อทางเดินหายใจ เป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบ ภูมิแพ้ หอบหืด ในระยะยาวมีผลต่อโรคปอดเรื้อรัง มีความเสี่ยงต่อมะเร็งปอดในอนาคต และมีผลต่อการทำงานของสมองในด้านระดับสติปัญญา

บุหรี่มือสาม หมายถึงสารนิโคติน และสารพิษอื่นเกาะติดตามพื้นผิวฝ้า เพดาน เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า ผ้าห่ม หมอน ฝุ่น อื่นๆ ในบ้าน ที่อยู่อาศัย และจะคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้นอีกนาน สารเหล่านี้จะเป็นอันตรายเมื่อถูกดูดซึมเข้าทางผิวหนังจากการสัมผัส รวมทั้งจะปนเปือนกับอากาศในบ้าน หรือจะทำปฏิกิริยากับก๊าซต่างๆ ในอากาศในบ้านทำให้เกิดอากาศภายในบ้านที่อยู่อาศัยที่เป็นพิษ เป็นอันตรายต่อผู้หายใจ สูดดมเข้าไปโดยเฉพาะเด็กเพราะมีความไวต่อสารในจำนวนน้อย

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ศึกษาครอบครัวที่มีเด็กเล็กแรกเกิดถึง 6 ปีที่มีคนในครอบครัวสูบบุหรี่จำนวน 75 ครอบครัว ได้ทำการตรวจหาสารพิษจากบุหรี่ที่เรียกว่าสารโคตินินในปัสสาวะของเด็กซึ่งบ่งบอกการได้รับควันพิษมา 48 ชั่วโมงก่อนมารับการตรวจพบว่า ร้อยละ 76 หรือ 57 รายตรวจพบสารพิษ โดยร้อยละ 42.7 หรือ 32 รายตรวจพบในระดับที่มากกว่า 2 ng/ml ซึ่งบ่งบอกถึงปริมาณที่มาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของเด็ก ทั้งที่ได้รับมาในลักษณะเป็นบุหรี่มือสองและมือสาม

ในการศึกษานี้พบว่า เด็กที่อยู่อาศัยกับผู้สูบบุหรี่ในคอนโดมิเนียม แฟลต อพาร์ตเมนต์ และการอยู่อาศัยกับผู้สูบบุหรี่มากกว่า 20 มวนต่อวัน ไม่ว่าผู้สูบนั้นจะสูบในบ้านหรือนอกบ้านก็ตาม เป็นความเสี่ยงต่อการตรวจพบสารพิษในปัสสาวะของเด็ก (สารโคตินิน) พบว่าเด็กในคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ และแฟลตที่มีคนสูบบุหรี่มีสารโคตินินสูงกว่าเด็กในบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ที่มีคนสูบบุหรี่ถึงสองเท่าตัว

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ประสานงานกับครอบครัว พูดคุยให้ความรู้ ให้เครื่องมือตกแต่งบ้านเพื่อสร้างความตระหนักต่อสุขภาพเด็กจากพิษควันบุหรี่ ให้คำแนะนำและบริการคลินิกอดบุหรี่ ผลสามารถลดการสูบบุหรี่ในครัวเรือนลง โดยพบว่า เด็กที่ตรวจพบสารโคตินินมากกว่า 2 ng/ml ลดลงจากร้อยละ 42.7 เหลือ ร้อยละ 30.7 เด็กเล็กเหล่านี้ไม่ควรมีสารพิษ

จากบุหรี่ในร่างกาย และส่งผลต่อสติปัญญาและสุขภาพของพวกเขาหากผู้ใหญ่รอบตัวเขาไม่สูบบุหรี่ใกล้ตัวเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสูบบุหรี่ในพื้นที่แคบเช่นในรถ ในบ้านที่อยู่อาศัย แม้สถานที่เหล่านี้เป็นสถานที่ส่วนบุคคล การสร้างสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กให้เป็นพิษต่อเด็กเป็นความไม่เป็นธรรมต่อสุขภาพเด็กที่สังคมควรให้ความสนใจ ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยควรจะให้การคุ้มครองเด็กจากพิษควันบุหรี่ในพื้นที่ส่วนบุคคล

 

 

สนับสนุนเนื้อหา
thaihealth.or.th