มองแบบเผ่าเทพ » รถไฟ “ไทย-จีน”

รถไฟ “ไทย-จีน”

22 มิถุนายน 2017
94   0

 

โครงการรถไฟความเร็วสูงกทม.-โคราช สร้างโดยบริษัทจากประเทศจีน แต่เป็นโครงการรัฐต่อรัฐ โดยจีนมอบให้บริษัทหนึ่งของเขาเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ใครเป็นตัวแทน การรถไฟแห่งประเทศไทยหรือ รฟม.หรือตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมา?
เป็นโครงการประวัติศาสตร์แน่ๆ และในอนาคตจะรู้ว่าเป็นโครงการที่น่าอับอายที่สุดที่ประชาชนไม่รู้รายละเอียดอะไรเลย แม้ฝ่ายรัฐเองก็ยังไม่ได้ทำการศึกษาอย่างละเอียดของความเป็นไปได้ของโครงการทั้งในเชิงเศรษฐกิจและการเงินการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมก็ยังไม่เห็นมีออกมา
จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าท่านคิดได้อย่างไรว่าโครงการนี้จะคืนทุนภายใน 50 ปี ตามที่ รมว.คมนาคมว่าเหมือนรถไฟความเร็วสูงญี่ปุ่น เราว่า “มั่ว”มากกว่า โครงการระดับร่วมสองแสนล้านไม่มี FEASIBILITY STUDY ออกมาให้ประชาชนเจ้าของเงินได้ทราบ ก็แปลกดี ประเมินว่าจะใช้เงิน 1.79 แสนล้านบาท แถมโม้อีกว่าต่อรองกับจีนในการประชุมร่วม 18 ครั้งลดลงจากวงเงินที่จีนเสนอ 2.2 แสนล้านบาท!!?
ในการศึกษาท่านประเมินว่าจะมีคนใช้รถไฟความเร็วสูงนี้วันละกี่หมื่น?? ต้องมีเท่าไรถึงจะคุ้ม เราติดใจคำกล่าวของท่านรมว.คมนาคมที่เปลี่ยนวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้ไปว่า
“ประเด็นเรื่องความไม่คุ้มค่าที่จะตามมานั้นต้องยอมรับว่าการลงทุนรถไฟความเร็วสูงจะมองแต่เรื่องกำไรไม่ได้ เนื่องจากเป็นโครงการที่ลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศและกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปสู่ฐานรากในรูปแบบ (ECONOMY RETURN) ไม่แตกต่างจากประเทศญี่ปุ่นถึง 50 ปีกว่าจะถึงจุดคุ้มทุน”
ท่านพูดเอาแต่ได้ จะไปเปรียบกับญี่ปุ่นได้อย่างไร หมายความว่ารัฐบาลจะต้องตั้งงบประมาณให้เงินอุดหนุนรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน กทม.-โคราชไปอีก 50 ปี ปีละเท่าไรละครับ?แล้วรถไฟความเร็วสูงไทย-ญี่ปุ่น กทม.-เชียงใหม่ กทม.-หัวหิน ฯลฯ ละครับจะต้องอุดหนุนกันอีก 50 ปีด้วยใช่ไหม??
อีกไม่นานก็คงตกลงกับญี่ปุ่นระบบรถไฟความเร็วสูงญี่ปุ่นกับจีนก็คงใช้ร่วมกันไม่ได้แน่ๆ นึกภาพรางรถไฟความเร็วสูงจากบางซื่อ-อยุธยา จะมีเป็นสิบๆเส้นสัญญาณต่างๆจะต้องแยกกันก็เห็นจะมีประเทศไทยประทศเดียวในโลกที่มี 2 ระบบเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูง ไม่เพียงเท่านั้นสิทธิพิเศษที่ ม.44ให้จีนก็จะตามมาให้ญี่ปุ่น ให้ฝรั่งเศสหรือชาติไหนก็ตามที่มาทำโครงการลักษณะนี้ น่าเศร้าใจแบบทุเรศๆไหมครับ
ที่เราเป็นห่วงอีกประเด็นหนึ่งคือ การบำรุงรักษาจีนจะต้องทำเองตลอดระยะเวลากี่ปี?? จะโอนให้ฝ่ายไทยทำได้เมื่อไร?เหล่านี้ต้องอยู่ในสัญญา ซึ่งคงมีหลายฉบับแต่ประชาชนยังไม่เห็นเลยสักฉบับเดียว
เราไม่แน่ใจว่าสัญญาที่เซ็นต์ไปแล้วมีอะไรบ้างหรือ MOU เพียงฉบับเดียวว่า “ฉันจะจ้างเธอ” ถึงเวลาแล้วครับที่ คสช.หรือ รบ.คสช.ต้องบอกความจริงทั้งหมดกับประชาชนเกี่ยวกับโครงการนี้
-ใครจะเป็นผู้บริหารโครงการครับ จีนหรือไทย
-วัสดุก่อสร้างที่บอกว่าเหล็กบางอย่างต้องใช้ของจีนคิดเป็นมูลค่าเท่าใดครับ? วัสดุอื่นๆเช่น ปูน ทราย ฯลฯใช้ของจีนด้วยไหม?
-คนงานต้องใช้คนจีนทั้งหมดหรือวิศวกรไทยอยู่ตรงไหน ม.44 อนุญาตให้วิศวะ สถาปนิกต่างชาติมาดำเนินการให้เป็นโครงการแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ สภาวิศวะ สภาสถาปนิกก็พูดอะไรไม่ออกหมดศักดิ์ศรีกันตรงนี้ ถ้าจีนไม่ยอมตามที่ 2 สภาฯเสนอ เช่น สอบไม่ผ่าน แกล้งไม่สอบ ฯลฯ
-ที่สำคัญที่สุดประเทศเรา ณ วันนี้มีความจำเป็นจริงๆหรือที่ต้องมีรถไฟความเร็วสูง และดันมีถึง 2 ระบบนึกถึงการบริหารงานในอนาคตบ้าง นึกถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงบ้าง
-แล้วเมื่อไรรัฐจะแถลงรายละเอียดของโครงการให้พวกเราทราบ เช่น การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจและการเงิน รัฐจะต้องอุดหนุนไปถึง 50 ปีจริงไหม การศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเผื่อเป็นผลลบทำอย่างไร
งบลงทุน 1-79 แสนล้านเราไม่ทราบว่ารวมค่าเวนคืนที่ดินที่ทางรถไฟจะผ่านหรือยัง ถ้ารวมแล้วอยากทราบว่าเป็นเงินเท่าไร ผ่านที่ตรงไหนบ้าง เจอที่ของนายทุนเกือบทั้งหมดใช่หรือไม่??
ท่านโฆษก รบ.พูดออกมาได้ว่า ไทยได้ 75 % รถไฟไทย-จีน แต่เราลงทุน 100 % นะครับ อีก 25 % ที่หายไปคือค่างานออกแบบระบบรางตัวรถและอาณัติสัญญาณคิดเป็น 25 % ของมูลค่าโครงการหรือ “40,000 ล้านบาท” มันจะไม่หมดแค่นั้น สต๊อกอะไหล่ต่างๆที่จำเป็นไม่ได้อยู่ในรายการนี้อีกเป็นหมื่นล้านก็คงต้องเป็นของจีน!!
ท่านนายกฯพูดถึงเรื่องรถไฟไทย-จีนว่า
“อย่ามองแต่ประประโยชน์ตัวเอง!?”
ไม่มองตัวเราเองก่อนจะอยู่รอดได้อย่างไรครับ??