ข่าวภูเก็ต » มูลนิธิฯ จัดอบรมในโรงเรียนครั้งแรกมุ่งเป้าสอนเยาวชนรับมือแผ่นดินไหว-สึนามิ

มูลนิธิฯ จัดอบรมในโรงเรียนครั้งแรกมุ่งเป้าสอนเยาวชนรับมือแผ่นดินไหว-สึนามิ

21 มิถุนายน 2017
487   0

มูลนิธิเพื่อการจัดการภัยพิบัติภูเก็ต จัดอบรมในโรงเรียนครั้งแรก มุ่งเป้าสอนเยาวชนเกี่ยวกับแผ่นดินไหวและสึนามิ เพิ่มพูนความเตรียมพร้อมในการรับมือภัยพิบัติระดับชุมชน

เมื่อเวลา 15.30 น.วันนี้(21 มิ.ย.)ที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ภูเก็ต นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีปิดโครงการอบรมในโรงเรียนครั้งแรกจากมูลนิธิเพื่อการจัดการภัยพิบัติภูเก็ต “การอบรมเสริมสร้างการรับรู้ภัยพิบัติในระดับชุมชน-โครงการยื่นมือสู่โรงเรียน” มีนายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายประจักษ์ ช่างเรือ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต มส.เจน แมคดูกัล กรรมการมูลนิธิเพื่อการจัดการภัยพิบัติภูเก็ตและหัวหน้าโครงการยื่นมือสู่โรงเรียน และ มร.แอนเดรียส ชาฟเฟอร์ ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืนและหัวหน้ากลุ่มโครงการประยุกต์แห่งหอสังเกตการณ์ทางธรณีวิทยาแห่งสิงคโปร์(EOS) ตลอดจนคณะครู และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

สำหรับการจัดอบรมดังกล่าว สถาบันสังเกตการณ์ทางธรณีวิทยาแห่งสิงคโปร์(EOS)ได้ให้ทุนสนับสนุนการอบรมเชิงปฏิบัติการโดยคณะผู้อบรมจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยภูเก็ต และจากวิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยภูเก็ต หลักสูตรอบรมนี้ถูกออกแบบให้ทำการแนะนำให้เด็กอายุ 11-12 ขวบรู้จักงานการปฏิบัติเมื่อเกิดภัยพิบัติ ซึ่งเป็นหัวข้อที่โครงการยื่นมือสู่โรงเรียนวางแผนที่จะเข้าไปในหลักสูตรที่ใช้ในการเรียนการสอนในปัจจุบันของบรรดาโรงเรียนในภูเก็ตตั้งแต่วันที่ 5-16 มิ.ย.2560 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 1 กว่า 2000 คนจาก 20 โรงเรียนในจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมการอบรมเพื่อความปลอดภัยจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ

หลักสูตรการอบรมนี้มุ่งเป้าไปที่การสอนเยาวชนเกี่ยวกับแผ่นดินไหวและสึนามิเพื่อที่จะช่วยให้พวกเขาได้คิดในเชิงวิพากษ์และสามารถที่จะปฏิบัติได้อย่างถูกต้องในช่วงภัยพิบัติเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ของพวกเขาในเรื่องความปลอดภัยจากภัยพิบัติ เด็กๆ จะเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงแบบฝึกหัดวาดเส้นทางอพยพลงบนแผนที่

มร.แอนเดรียส ชาฟเฟอร์ ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืนและหัวหน้ากลุ่มโครงการประยุกต์แห่งหอสังเกตการณ์ทางธรณีวิทยาแห่งสิงคโปร์(EOS) ได้อธิบายว่า โครงการยื่นมือสู่โรงเรียนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นและพยายามของมูลนิธิเพื่อการจัดการภัยพิบัติจังหวัดภูเก็ต EOS คำนึงว่าเราต้องเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างบรรดาผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลายในภูเก็ตให้เข้มแข็งเพื่อเพิ่มพูนความเตรียมพร้อมในการรับมือภัยพิบัติ

โครงการยื่นมือสู่โรงเรียนนี้ เป็นโครงการหนึ่งในหลายๆ โครงการ ที่เราได้ระบุเพื่อที่จะช่วยให้ภูเก็ตเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการจากภัยพิบัติในภาพรวมได้ เรามีความภูมิใจในการให้ความร่วมมือของ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตภูเก็ต และหน่วยงานอื่นๆ ในการทำให้งานของมูลนิธิก้าวเดินต่อไป

อย่างไรก็ตามในการจัดอบรมครั้งนี้ ทางมูลนิธิยังได้มีการแนะนำโครงการระบบดิจิตัลติดตามอุปกรณ์ ยานพานหนะและสิ่งเกี่ยวข้องต่างๆ กับการเผชิญเหตุภัยพิบัติ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการอยู่ในขณะนี้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ การนำแพลตฟอร์มดิจิตัลแบลเรียลไทม์ ซึ่งติดตามวัสดุอุปกรณ์รับมือภัยพิบัติที่จำเป็นและใช้การได้ทั่วภูเก็ต เรามีวิสัยทัศน์ในการสร้างระบบจัดการคลังและติดตามวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี RFID และ GPS ซึ่งมีอยู่ โดยมีการออกแบบส่วนหน้าของระบบให้ผู้ใช้ ใช้งานได้ง่าย ซึ่งหน่วยงานทางปกครองที่สนใจจะสามารถติดตามคลังข้อมูลการจัดการภัยพิบัติได้แบบเรียลไทม์ ผ่านทางเว็บเบราเซอร์/ซอฟต์แวร์ออฟไลน์ และโดยการใช้แอพพลิเคชั่นบนมือถือ ระบบออฟไลน์จะสามารถทำงานได้แม้ในช่วงที่ติดต่ออินเตอร์เน็ตไม่ได้ ซึ่งพึงจะต้องเกิดขึ้นเป็นบางครั้งในสถานการณ์ภัยพิบัติ

ด้านนายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวให้ความสำคัญต่อโครงการอบรมในโรงเรียนครั้งแรกจากมูลนิธิเพื่อการจัดการภัยพิบัติภูเก็ตว่า จากเหตุธรณีพิบัติภัยสึนามิเมื่อปลายปี 2547 เป็นตัวชี้ชัดว่าธรรมชาติเริ่มรุนแรงมากขึ้น และดูจากพัฒนาการของ จ.ภูเก็ต ที่ผ่านๆ มา มีการช่วยเหลือมีความร่วมมือเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเกิดเหตุการณ์คราวต่อไป เชื่อมั่นว่าจากประสบการณ์ต่างๆ จะทำให้เราลดความสูญเสียลงได้

อย่างไรก็ตามกิจกรรมโครงการอบรมในโรงเรียนด้านการรับรู้รับมือภัยพิบัติในชุมชน เป็นกิจกรรมที่เห็นควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในปีต่อไปทางจังหวัดจะสนับสนุนอีก 30 โรงเรียน เพราะนักเรียนคือกลุ่มที่สามารถช่วยเราได้ในอนาคต สามารถนำพาตัวเอง เพื่อน และครอบครัว เอาตัวรอดได้ โครงการนี้จำเป็นต่อเด็ก ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมสนับสนุนวิทยากรต่างๆ